
บริษัทลูกปตท.รุกลงทุนโรงไฟฟ้า
“จีพีเอสซี” ลุยลงทุนธุรกิจไฟฟ้าในระยะ 3 ปีข้างหน้า 2,800 เมกะวัตต์ จัดงบลงทุนกว่า 1.8 หมื่นล้าน
“จีพีเอสซี” ลุยลงทุนธุรกิจไฟฟ้าในระยะ 3 ปีข้างหน้า 2,800 เมกะวัตต์ จัดงบลงทุนกว่า 1.8 หมื่นล้าน
นายเติมชัย บุนนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (จีพีเอสซี) ผู้ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของเครือ ปตท. เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทในระยะ 3 ปีข้างหน้า (2559-2562) จะให้ความสำคัญกับโครงการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งเป็นไม่ต่ำกว่า 2,800 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่กำลังผลิตที่อยู่ระหว่างการติดตั้ง 500 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ในแผนและอยู่ระหว่างก่อสร้าง 7 โครงการ กำลังผลิตติดตั้ง 1,922 เมกะวัตต์ เงินลงทุน 8,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับหน่วยงานสหกรณ์การเกษตร (โซลาร์ฟาร์มสหกรณ์) กำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ 2.โรงไฟฟ้าของบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น เฟส 2 กำลังการผลิตไฟฟ้า 117 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 20 ตัน/ชั่วโมง 3.โครงการไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ เฟส 2 กำลังการผลิตไฟฟ้า 240 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 180-300 ตัน/ชั่วโมง และ 4.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อิชิโนเซกิ ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 20.8 เมกะวัตต์
5.โครงการศูนย์กลางผลิตสาธารณูปโภค CUP4 กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 45 เมกะวัตต์ และผลิตไอน้ำ 70 ตัน/ชั่วโมง 6.โรงไฟฟ้าเขื่อนน้ำลิก 1 สปป.ลาว กำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ และ 7.โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ลาว กำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเข้าไปลงทุนโครงการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 1,000 เมกะวัตต์ วงเงินลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
นายเติมชัย ระบุว่า จีพีเอสซีได้วางยุทธศาสตร์การลงทุนไว้ 4 ด้าน คือ 1.การเติบโตไปพร้อมกับการขยายธุรกิจของบริษัทในกลุ่ม ปตท. 2.การหาโอกาสลงทุนในโรงไฟฟ้าที่สามารถสร้างรายได้และรับรู้ผลกำไรได้ทันที เช่น การพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น โรงไฟฟ้าชีวมวล และการเข้าไปร่วมลงทุนธุรกิจไฟฟ้า 3.การหาโอกาสพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศเป้าหมาย เช่น ลาว เมียนมา อินโดนีเซีย และ 4.การลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง นอกจากการลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า เช่น ธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ธุรกิจการพัฒนาน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม
“บริษัทยังมีแผนที่จะเข้าไปลงทุนในศูนย์วิจัยแบตเตอรี่ 24เอ็ม ในสหรัฐ เพื่อผลิตแบตลิเธียม รองรับโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนให้สามารถจัดเก็บสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ได้สอดคล้องกับการผลักดันอุตสาหกรรมในอนาคต (New S-Curve) ตามนโยบายของรัฐบาล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดของการร่วมทุน หากโครงการประสบความสำเร็จก็จะหารือเพื่อเสนอให้ 24M เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในไทย” นายเติมชัย ระบุ
ด้านผลประกอบการของจีพีเอสซีในภาพรวม ในปี 2559 จะดีกว่าปี 2558 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจโรงไฟฟ้าและเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (เอสพีพี) ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ เฟสที่ 1 ด้านโรงไฟฟ้านวนคร กำลังการผลิต 125 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2559
นายเติมชัย กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะผู้บริหารจีพีเอสซีได้เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน(โซลาร์ฟาร์ม) ภายใต้การลงทุนของบริษัท อิชิโนเซกิ โซล่า พาวเวอร์ 1 จีเค ซึ่งจีพีเอสซีถือหุ้น 99% โดยล่าสุดการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ก่อสร้างคืบหน้า 56% และพร้อมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในไตรมาส 4 ของปี 2560 โดยก่อนหน้านี้จีพีเอสซีได้เดินสายโรดโชว์พบนักลงทุนในต่างประเทศเพื่อให้นักลงทุนเข้าใจธุรกิจของบริษัท







