posttoday
ลองขับ : เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ดี รถธงโฉมใหม่ล้ำเทคโนโลยี

ลองขับ : เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ดี รถธงโฉมใหม่ล้ำเทคโนโลยี

19 กรกฎาคม 2559

อารมณ์การขับขี่บอกเลยว่าถึงแม้เครื่องยนต์จะเล็กลงเหลือ 2.0 ลิตร จากเดิม 2.2 ลิตร แต่พละกำลังและความรู้สึกกลับเพิ่มมากขึ้น

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 10 แล้วในตระกูล อี-คลาส ของ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ดี เอเอ็มจี ไดนามิก” ที่ต้องกล่าวเลยว่าอัจฉริยะขึ้นอย่างผิดหูผิดตา โดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญภายในห้องโดยสาร ที่ต้องเลิกใช้คำว่ามาตรวัดบนหน้าจอไปได้เลย เพราะสิ่งที่ใส่มาในรถยนต์คันนี้คือ ชุดหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ นับเป็นครั้งแรกในรถยนต์เซ็กเมนต์นี้จึงทำให้จากเดิมที่ดูล้ำอยู่แล้วยิ่งล้ำขึ้นไปอีก

ต้องเรียกได้ว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส ทั้งในระดับโลกและประเทศไทย ถือเป็นแกนหลักสำคัญ (แบล็กโบน) ที่สร้างยอดขายต่อปีในสัดส่วนสูงสุดให้กับบริษัท ดังนั้นการเปิดตัวครั้งนี้ต้องถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวทั้งเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง (เกียร์) และดีไซน์การออกแบบใหม่ทั้งหมด นับตั้งแต่การเปิดตัวในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รถยนต์รุ่นดังกล่าวมียอดจองไปแล้วราว 700-800 คัน

ในด้านการออกแบบภายนอกมีขนาดตัวถังและฐานล้อที่กว้างและยาวขึ้น โดยมีมิติตัวรถอยู่ที่ 1,852x 4,923x1,468 สอดรับกับฝากระโปรงหน้าที่ทอดยาวพร้อมเส้นสายรายละเอียดไล่เรียงไปถึงหลังคาที่มีความลาดในสไตล์รถคูเป้ ส่วนซุ้มล้อหลังมีความกว้างกว่าซุ้มล้อด้านหน้า ดูดุดันขึ้นแต่ยังคงความเนี้ยบหรูไว้ได้เป็นอย่างดี พร้อมระบบไฟหน้าแบบ มัลติบีม แอลอีดี ความละเอียดสูงที่ทำงานด้วยระบบดิจิทัลทั้งระบบ รวมถึงระบบ แอ็กทีฟ ไลต์ (Active Light) ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเป็นครั้งแรกของโลก

ขณะที่ภายในห้องโดยสารนอกเหนือจากชุดหน้าจอความละเอียดสูงแล้ว บริเวณคอนโซลยังให้สีสันด้วยสีดำเปียโนแบล็กตัดกับสีเงินเมทัลลิกรวมถึงลายไม้และเบาะหนัง Nappa ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกภาคภูมิใจในการได้โดยสารอยู่ภายในห้องโดยสารของรถคันนี้ ซึ่งการออกแบบภายในของตำแหน่งการวางอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสามารถหยิบจับควบคุมง่ายสะดวกมือ

ลองขับ : เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ดี รถธงโฉมใหม่ล้ำเทคโนโลยี

นอกจากนั้น เทคโนโลยีสุดล้ำที่มีอยู่ในรถยนต์จะถูกรวมศูนย์การควบคุมไว้ที่คอนโซลกลางพร้อมกับปุ่มทัชแพด ที่สั่งการแบบเบ็ดเสร็จได้ในปุ่มเดียวทั้งการเขียนตัวอักษร และการหมุนปุ่ม มีให้เลือกตามความถนัด รวมถึงพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่ได้มีโอกาสใช้ระบบควบคุม และสั่งการด้วยเสียงของตัวรถทั้งในระบบปกติและระบบของ Apple CarPlay ที่ตอบรับและเข้าใจง่ายดี

มาถึงหัวใจสำคัญในรถยนต์คันนี้ที่มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ที่ 7.3 วินาที มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 102 กรัม/กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 25.6 กม./ลิตร ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลัง (เกียร์) อัตโนมัติ 9G-TRONIC

อารมณ์การขับขี่ต้องบอกเลยว่าถึงแม้เครื่องยนต์จะเล็กลงเหลือ 2.0 ลิตร จากเดิม 2.2 ลิตร แต่พละกำลังและความรู้สึกกลับสวนทางที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และเกียร์มีความไหลลื่นต่อเนื่องอย่างแนบเนียน ซึ่งอัตราเร่งในทุกย่านความเร็วสามารถตอบสนองได้อย่างถึงใจ และที่สำคัญเมอร์เซเดส-เบนซ์ เคลมไว้ว่าอัตราสิ้นเปลืองของรถยนต์คันนี้ลดลงเมื่อเทียบจากเครื่องยนต์รุ่นก่อนหน้าถึง 6.5%

ลองขับ : เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ดี รถธงโฉมใหม่ล้ำเทคโนโลยี

ไม่เท่านั้นอีกไฮไลต์เด็ดหนึ่งที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ดี เอเอ็มจี ไดนามิก คันนี้ใส่มาคือระบบถอยจอดอัจฉริยะ ซึ่งหากถามว่าอัจฉริยะเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นที่มีอย่างไร สำหรับคันนี้คือ ไม่ต้องควบคุมอะไรเลยนอกจาก “กดปุ่ม” ครั้งเดียว นั่นหมายความว่าระบบจะเข้ามาดูแลทั้งหมด 100% จากแบรนด์อื่นที่ต้องควบคุมเกียร์และเบรก และด้วยระบบที่สามารถทำได้ทั้งแบบถอยเข้าซองและถอยเทียบฟุตปาทรวมถึงยังมีระบบที่ควบคุมการออกอัตโนมัติทำให้ง่ายดายต่อการขับขี่เสียนี่กระไร

เอาเป็นว่า สรุปเบ็ดเสร็จด้วยทั้งความสดใหม่และเทคโนโลยีที่จัดมาเต็มขนาดนี้จะไม่เหลียวมองคงไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ด้วยราคาค่าตัวอยู่ที่ 4.79 ล้านบาท ซึ่งช่วงแรกยังเป็นรุ่นนำเข้าจากต่างประเทศ (ซีบียู) ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ เองก็ไม่น่าพลาดที่จะนำเข้ามาประกอบในประเทศ ซึ่งหลังจากนี้คงต้องติดตามถึงราคาที่น่าจะจับต้องได้ง่ายขึ้นกว่านี้หรือไม่

ลองขับ : เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ดี รถธงโฉมใหม่ล้ำเทคโนโลยี

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า