posttoday
ปรับแผนส่งออก ให้ถูกทาง

ปรับแผนส่งออก ให้ถูกทาง

19 กรกฎาคม 2559

การประชุมปรับยุทธศาสตร์ส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเมินว่าปีนี้การขยายตัวส่งออกคงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 5 โดยมีแนวโน้มว่าการส่งออกอาจถดถอยติดลบต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาส่งออกติดลบไปแล้วร้อยละ 1.9 และในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา การส่งออกยังอยู่ในช่วงขาลงติดลบสูงถึงร้อยละ 4.4 เป็นการถดถอยทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร เป็นสัญญาณแสดงให้เห็นถึงการส่งออกครึ่งปีหลังยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง

การประชุมปรับยุทธศาสตร์ส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเมินว่าปีนี้การขยายตัวส่งออกคงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งกำหนดไว้ที่ร้อยละ 5 โดยมีแนวโน้มว่าการส่งออกอาจถดถอยติดลบต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาส่งออกติดลบไปแล้วร้อยละ 1.9 และในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา การส่งออกยังอยู่ในช่วงขาลงติดลบสูงถึงร้อยละ 4.4 เป็นการถดถอยทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร เป็นสัญญาณแสดงให้เห็นถึงการส่งออกครึ่งปีหลังยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง

จากสถานการณ์ดังกล่าวได้มีการปรับเป้าส่งออกใหม่ว่าจะขยายได้ร้อยละ 2.5-3.0 แต่ภาคเอกชนฟันธงไปแล้วว่าส่งออกปีนี้ขยายตัวติดลบใกล้ๆ ร้อยละ 2.0

พร้อมกันนี้กระทรวงพาณิชย์มีการทบทวนยุทธศาสตร์ส่งออกใหม่หมด โดยจะเร่งรัดการเจรจากับประเทศคู่ค้าให้ซื้อสินค้าไทยมากๆ และใช้ยุทธศาสตร์ผลักดันส่งออกรายอุตสาหกรรม ซึ่งทุกครั้งที่ส่งออกไม่เป็นไปตามเป้า กระทรวงพาณิชย์จะมียุทธศาสตร์ใหม่ๆ แปลกๆ มาโดยตลอด เช่น กลยุทธ์แบบเจาะลึกรายตลาดส่งออกหลัก (Deep Penetration) กลยุทธ์ขยายตลาดส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน สนับสนุนส่งออก 10 คลัสเตอร์เป้าหมาย ยกมาตรฐานสร้างแบรนด์ไทย ผลักดันสินค้าโอท็อป และเมื่อเร็วๆ นี้มีมาตรการกระตุ้นส่งออกใช้มาตรการสินเชื่อ 3.5 หมื่นล้านบาท ให้ดอกเบี้ยแบบต่ำๆ แต่จะปล่อยกู้ได้จริงเท่าไหร่คงเป็นอีกเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ต้องให้เครดิตกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีความพยายามที่ออกมาตรการและกลยุทธ์เพื่อดันตัวเลขส่งออก แต่ในสภาวะที่เป็นอยู่ในขณะนี้การส่งออกของไทยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจโลก ความต้องการสินค้าหรือดีมานด์หดตัว ผู้ส่งออกจากประเทศคู่แข่งต่างลดราคาแข่งขัน ขณะที่ปัจจัยเอื้อภายในประเทศไม่เป็นใจ เช่น แรงงานหายาก วัตถุดิบ-ต้นทุนการผลิตสูง ปัญหาสภาพคล่อง เงินบาทแข็งค่าไปถึงร้อยละ 3.63 ที่จาระไนไปนี้เป็นเพียงบางส่วนของปัญหาเท่านั้น

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาส่งออกไทยคงไม่ใช่เพียงแค่กางตำรา และ/หรือมียุทธศาสตร์ซึ่งไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริง สำหรับการดันส่งออกไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ 4.0 ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับสูง ส่วนภาคเกษตรจะหันไปแปรรูปประเภทไบโอเทคโนโลยี ทั้งหมดเป็นแนวทางที่ต้องไป แต่คงไม่ใช่ 4-5 ปีข้างหน้า เพราะอุตสาหกรรมส่งออกของไทยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมรับจ้างผลิตหรือใช้แบรนด์ต่างชาติ แม้แต่อุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ขณะที่อุตสาหกรรมส่งออกของเอสเอ็มอียังเตาะแตะอยู่ที่ระดับ 3.0 ที่จะไปอุตสาหกรรมใหม่คงเป็นส่วนน้อย

ต้องเข้าใจว่าการแก้ปัญหาส่งออกเป็นเรื่องยากแต่ต้องทำ เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาในสัดส่วนที่สูง การส่งออกเป็นเรื่องของธุรกิจเกี่ยวข้องกับการแข่งขันล้วนๆ สำหรับกลยุทธ์หรือแผนของภาครัฐที่จะกระตุ้นส่งออกคงเข้าไปมีส่วนได้ไม่มาก หากจะช่วยกันจริงๆ คงได้แค่สนับสนุนด้านอำนวยความสะดวกให้มากๆ วันหยุดยาวๆ อย่าบ่อย ระเบียบ-กฎหมายอย่ายุ่บยั่บจนเป็นอุปสรรค ด้านสภาพคล่องต้องช่วยกันจริงๆ จังๆ และอย่ามีมาตรการอะไรที่ทำให้ต้นทุนสูง...เอาว่าแค่นี้ก็ช่วยได้เยอะแล้วครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท