posttoday
คุณค่าของคนในสังคม

คุณค่าของคนในสังคม

19 กรกฎาคม 2559

โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์

โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์

หาถามว่าเรารู้จักคนมีชื่อเสียง คนที่เป็นที่ยอมรับนับถือในประเทศไทย เรารู้จักใครบ้าง ถ้าให้พูดชื่อขึ้นมา 3 คน จะมีสักกี่คนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีคุณธรรม มีศีลธรรม เป็นแบบอย่างในการทำความดี แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ที่เรากล่าวนั้นจะต้องเป็นคนที่ร่ำรวย มีธุรกิจใหญ่โตแม้ว่าจะประพฤติผิดศีล สังคมก็ยังคงยกย่องนับถือเขา

ตอนนี้ค่านิยมของสังคมไทยยกย่องคนโดยใช้เงิน ความร่ำรวยเป็นตัวกำหนดคุณค่าของคนกันแล้วหรือ? เวลาสอนลูกหลานก็ยกตัวอย่างคนเหล่านี้เป็นแบบอย่าง? ส่วนคนที่ไม่เคยเบียดเบียนใคร ไม่เอาเปรียบ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน รักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัดกลับกลายเป็นคนที่ไม่มีคุณค่า ไม่น่าเอามาเป็นเยี่ยงอย่าง? สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญในเรื่องของวัตถุมากกว่าจิตใจแล้วหรือ?

เราลองถามใจตัวเองดูว่าเราต้องการให้ลูกหลานเราอยู่ในสังคมแบบนี้จริงๆ หรือ? เงินและวัตถุเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขจริงหรือ? แล้วเราต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ ต้องมีรถกี่คันถึงจะมีความสุข ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่ายังไม่พอ ต้องมีเงินมากกว่านี้อีกถึงจะมีความสุข แต่ทำไมคนอื่นกลับยิ้มได้ หัวเราะได้ หน้าตาสดใส จิตใจเบิกบานทั้งที่ไม่ได้มีเงินล้นฟ้า

การมีความสุขนั้นง่ายแค่นิดเดียว สามารถเริ่มจากเพียงแค่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ให้อะไรใครโดยไม่หวังผลตอบแทน การให้ไม่จำเป็นว่าจะต้องให้เงิน ให้สิ่งของมากมาย แต่การให้เริ่มจากการให้เล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้ใจเราเป็นสุข สงบขึ้น

เนื่องในโอกาสวันสำคัญทางศาสนาทั้งวันอาสาฬหบูชา การเข้าพรรษานี้ นอกจากการให้แล้วถ้าเราตั้งปณิธานในการฝึกจิตใจเราเพียงแค่การรักษาศีล 5 และเริ่มเป็นผู้ให้ในตลอดช่วงเข้าพรรษาจะทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขขึ้นทั้งทางใจ ทางร่างกาย อย่างน้อยการไม่เอาเปรียบ การข่มใจไม่แตะต้องสิ่งมึนเมาไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็ช่วยให้ผู้อื่น (สังคม) ไม่เดือดร้อน

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้กับตนเองเท่านั้น หากเราไม่ลองปฏิบัติก็จะไม่รู้ ไม่สามารถพิสูจน์สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้

หากเราถือโอกาสตั้งใจเริ่มศึกษาและปฏิบัติธรรมในช่วงนี้ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้เราได้รู้จักตัวตน เข้าใจความจริงของโลกได้มากขึ้น ซึ่งก็จะได้ประโยชน์กับตนเอง ดังคำสรรเสริญพระธรรมคุณที่ว่า “พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท