
ดันไทยเป็นฮับดูแลผู้สูงอายุโลก
พาณิชย์ตั้งเป้าผลักดันไทยเป็น “ฮับดูแลผู้สูงอายุโลก” ชี้ไทยมีความพร้อมทุกด้าน ด้านอุตฯ ดันฮับอุตสาหกรรมชีวภาพ
พาณิชย์ตั้งเป้าผลักดันไทยเป็น “ฮับดูแลผู้สูงอายุโลก” ชี้ไทยมีความพร้อมทุกด้าน ด้านอุตฯ ดันฮับอุตสาหกรรมชีวภาพ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการบริหารจัดการธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสังคมวัยทองที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น หลังจากทั่วโลกมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้ใช้โอกาสนี้ในการดึงดูดผู้สูงอายุเข้ามาใช้บริการกับสถานบริการสุขภาพและสถานพยาบาลในไทย เพราะไทยมีความพร้อมในเรื่องสถานที่ มีมาตรฐานและความหลากหลายสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ที่สำคัญไทยมีการคิดค่าใช้จ่ายเหมาะสม สามารถตอบโจทย์ผู้สูงอายุจากทั่วทุกมุมโลกได้
“เราจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุของโลก เพราะมีความพร้อมทั้งสถานที่ การบริการ และค่าใช้จ่ายที่ถูกเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยปัจจุบันมีธุรกิจที่ผ่านการพัฒนาแล้ว 442 ราย มีการพัฒนาจนได้มาตรฐานสากล 55 ราย และกำลังสร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ” นางอภิรดี กล่าว
นางอภิรดี ระบุว่า ปัจจุบันธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุของไทยส่วนใหญ่ไม่ใช่โรงพยาบาล แต่เป็นการให้บริการที่พำนักแก่ผู้สูงอายุที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเป็นประจำ และโดยทั่วไปจะครอบคลุมการให้บริการที่พักค้างคืน บริการอาหาร การดูแลความสะอาดเสื้อผ้าและที่พัก ตลอดจนความสะอาดของร่างกาย พร้อมทั้งติดตามดูแลสุขภาพเบื้องต้นอย่างใกล้ชิด แต่หากมีความเจ็บป่วยจะบริการนำคนไข้ไปโรงพยาบาลใกล้เคียง
ปัจจุบันผู้สูงอายุทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก เฉพาะในไทยคาดว่าปี 2563 จะมีผู้สูงอายุ 13 ล้านคน คิดเป็น 19% หรือเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ และปี 2573 จะเพิ่มเป็น 17.5 ล้านคน คิดเป็น 26.57% หรือกว่า 1 ใน 4 ของประชากร
นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ไทยตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ (ไบโอฮับ) ของโลก เพราะมีความพร้อมด้านวัตถุดิบ เช่น ผลิตและส่งออกมันสำปะหลังเป็นอันดับ 1 ของโลก เป็นผู้ส่งออกยางพาราอันดับ 1 ของโลก ส่งออกข้าวและน้ำตาลเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นผู้ปลิตปาล์มน้ำมันอันดับ 3 ของโลก โดยอุตสาหกรรมด้านชีวภาพถือเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่รัฐบาลเร่งดึงดูดประเทศเป้าหมาย เช่น เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และสหรัฐเข้ามาลงทุน
“ไทยต้องสร้างจุดแข็งมากขึ้น เช่น สร้างศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ สร้างขนาดการผลิตที่คุ้มค่า โดยดำเนินการด้านต่างๆ เช่น ด้านการเชื่อมโยงวัตถุดิบสู่ภาคอุตสาหกรรม ปรับปรุงมาตรการภาษีและสิทธิประโยชน์จูงใจ ส่งเสริมด้านการวิจัยพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรม แต่เนื่องจากผลิตภัณฑ์ชีวภาพและพลังงานชีวภาพมีราคาสูง ดังนั้นช่วงแรกภาครัฐจะเข้ามาอุดหนุน” นางอรรชกา กล่าว







