
ปตท.บุกธุรกิจใหม่พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สนามบิน
กรมท่าอากาศยานให้สัมปทาน ปตท.พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สนามบิน นำร่องสนามบินอุดรฯ 3 ปี
กรมท่าอากาศยานให้สัมปทาน ปตท.พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สนามบิน นำร่องสนามบินอุดรฯ 3 ปี
นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ส.ค.นี้ กรมจะลงนามบันทึกกรอบความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับบริษัท ปตท. โดยจะให้บริษัท ปตท. เข้ามาบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารและการพัฒนาลานจอดรถบริเวณสนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทย. โดยจะเริ่มนำร่องที่สนามบินอุดรธานีก่อน เพื่อเป็นต้นแบบในการเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมทุนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และการจัดเก็บรายได้ต่างๆ ในสนามบินของกรมที่มีจำนวน 28 แห่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมทุน (พีพีพี)
“กรมจะมอบสัมปทานให้กับ ปตท.เป็นเวลา 3 ปี เพื่อให้เข้ามาบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศของสนามบินอุดรธานีที่จะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้ ซึ่งลักษณะการพัฒนาพื้นที่จะไม่ใช่การจัดให้เป็นพื้นที่การค้าเยอะๆ แต่จะเป็นการเซอร์วิสมากกว่า รวมทั้งให้ ปตท.เข้ามาพัฒนาอาคารจอดรถรองรับรถ 500 คัน และวางระบบให้เป็นมาตรฐาน เพื่อทำการจัดเก็บค่าโดยสารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง ปตท.คาดว่าจะใช้งบพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และลานจอดรถ 40 ล้านบาท” นายจุฬา กล่าว
นายจุฬา ระบุว่า ในสัปดาห์หน้ากรมจะหารือกับ ปตท. เกี่ยวกับรายละเอียดสัญญาสัมปทานและวงเงินลงทุนต่างๆ โดยอายุการให้สัมปทานที่จะให้กับ ปตท. มีระยะเวลา 3 ปี และเมื่อหมดสัญญาแล้วกรมจะพิจารณาต่ออายุสัมปทานให้อีก 3 ปี ทั้งนี้คาดว่าหลังมีการลงนามสัญญาสัมปทานแล้ว ปตท.จะเร่งรัดพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และลานจอดรถให้แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่
นายจุฬา กล่าวว่า ปัจจุบันมีสนามบิน 10 แห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมที่มีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เช่น สนามบินกระบี่ และสนามบินอื่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่หมดสัญญาลง กรมจะต่ออายุสัมปทานเช่นเดิมไปก่อน จากนั้นจะคัดเลือกเอกชนเข้ามาบริหารจะใช้วิธีการเปิดประมูลอย่างเต็มรูปแบบในปี 2562
สำหรับ ปตท. ได้ว่าจ้างบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เจพี มอร์แกน และ บล.ภัทร เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อนำกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (นันออย) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงปี 2560 เบื้องต้นประเมินว่ามูลค่าสินทรัพย์เบื้องต้นอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท เช่น ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) คลังน้ำมัน และธุรกิจบริการที่ไม่ใช่น้ำมัน เช่น ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ร้านกาแฟอเมซอน ชาไข่มุกเพิร์ลลี่ ศูนย์บริการยานยนต์ Fit station PROcheck เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำแบรนด์ไก่ทอด Texas Chicken เข้ามาเปิดตลาดในประเทศ
ก่อนหน้านี้ ปตท. ระบุว่า อยู่ระหว่างเจรจาหาพันธมิตรร่วมพัฒนาธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดกับเครือโรงแรม 3-4 แห่ง ในบริเวณปั๊มน้ำมัน เนื่องจากปั๊มน้ำมันของ ปตท.หลายแห่งมีขนาดพื้นที่เหลือพอ โดยเฉพาะปั๊มต่างจังหวัด
ปี 2558 ที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกของ ปตท.สามารถสร้างกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) ถึงกว่า 1 หมื่นล้านบาท หรือ 22% ของธุรกิจทั้งหมด







