
ชวนนักลงทุนไทย... ไปใช้สิทธิ
ถึงเวลาออกสิทธิออกเสียงกันแล้ว เพราะเมื่อเรา "มีสิทธิ" ก็ต้องไปใช้สิทธิให้เต็มที่ อย่าปล่อยให้ "ผู้ไม่หวังดี"
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์
ถึงเวลาออกสิทธิออกเสียงกันแล้ว เพราะเมื่อเรา "มีสิทธิ" ก็ต้องไปใช้สิทธิให้เต็มที่ อย่าปล่อยให้ "ผู้ไม่หวังดี" มาใช้ประโยชน์จากการละเลยสิทธิที่เรามี โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นสิทธิที่เกี่ยวกับปากท้องและเงินในกระเป๋า นักลงทุนอย่างเรา... ยอมไม่ได้
เพราะเวลาที่เราเป็น "นักลงทุน" ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นสามัญ หุ้นกู้ หรือ หน่วยลงทุน เราจะมีสิทธิมีเสียงเต็มที่ (ตามที่กฎหมายกำหนด) เพื่อให้นักลงทุนไม่ถูกเอาเปรียบ และยังเป็นการควบคุมดูแลการทำหน้าที่ของผู้บริหารบริษัทและผู้ให้บริการ ทั้งบริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)
สิทธิของผู้ถือหุ้น
นอกจากสิทธิขั้นพื้นฐานที่นักลงทุนจำเป็นต้องมีแล้ว เรายังมี "มีสิทธิคัดค้าน" ในบางเรื่องที่เราไม่เห็นด้วย เช่น การขายหุ้นเพิ่มทุน การแต่งตั้งกรรมการ
ถ้าบริษัทขายหุ้นที่มีกระทบต่อผู้ถือหุ้น (dilution effect) โดยทั้งกระทบต่อมูลค่าหุ้น และสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นเดิม ผู้ถือหุ้นสามารถคัดค้านได้ โดยใช้เสียงรวมกัน 10% ถ้าเป็นการขายหุ้นเพิ่มทุนให้คนนอก ในราคาที่ต่ากว่าราคาตลาด แต่ถ้าเป็นการคัดค้านการออกหุ้นให้พนักงานหรือกรรมการ
บริษัท (ESOP) ในราคาต่ากว่าราคาตลาด ผู้ถือหุ้นรวมกัน 5% ก็มีสิทธิคัดค้านได้แล้ว
นอกจากนี้ ถ้าผู้ถือหุ้นเห็นว่า กรรมการคนไหนทำหน้าที่ไม่เหมาะสม ก็มีสิทธิถอดถอน ให้ออกก่อนครบวาระได้ โดยการรวมกันไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 50% ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
หรือถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของกรรมการ ผู้ถือหุ้นมีสิทธิขอให้กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งผู้ตรวจสอบมาตรวจสอบได้ โดยใช้เสียงของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของหุ้นที่จำหน่ายได้หรือไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของผู้ถือหุ้นทั้งหมด
และหากพบว่า กรรมการทำหน้าที่ไม่เหมาะสม ทำให้บริษัทเสียหาย ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 5% ของหุ้นที่จาหน่ายได้ มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรรมการรายนั้นแทนบริษัท ขอให้ศาลสั่งระงับการทำหน้าที่นั้น หรือสั่งให้ออกจากตาแหน่งก็ได้
สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้
ไม่เฉพาะผู้ถือหุ้นเท่านั้นที่มีสิทธิ คนถือหุ้นกู้ก็มีสิทธิเช่นกัน เพียงแต่สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้แต่ละตัวจะไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นหุ้นกู้ของบริษัทเดียวกัน แต่ถ้าหุ้นกู้คนละตัวกันก็มีสิทธิต่างกัน โดยบริษัทผู้ออกหุ้นกู้จะต้องเขียน "ข้อกำหนดสิทธิ" ไว้เป็นเหมือนข้อตกลงร่วมกันว่า หากผู้ออกหุ้นกู้ทำผิดสัญญา เช่น ผิดนัดชำระหนี้ ผู้ถือหุ้นกู้มีสิทธิทำอะไรได้บ้าง เช่น ฟ้องร้องดำเนินคดี เรียกค่าเสียหาย ประชุมผู้ถือหุ้นกู้
เพราะฉะนั้นทุกครั้งก่อนซื้อหุ้นกู้ (แม้จะเป็นบริษัทที่เคยลงทุนมาแล้ว) จะต้องอ่าน "ข้อกำหนดสิทธิ" ให้เข้าใจและแน่ใจว่า ยอมรับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้หรือไม่
แต่ไม่ต้องเป็นห่วงว่า ข้อกำหนดสิทธิที่บริษัทผู้ออกตราสารหนี้จะไม่มีมาตรฐาน เพราะสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีประกาศ "ตัวอย่างข้อกำหนดสิทธิมาตรฐาน" ซึ่งในนั้นจะบอกไว้ว่า ในข้อกำหนดสิทธิจะต้องกำหนดอะไรไว้บ้าง
สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุน
แม้จะไม่มีสิทธิโดยตรงต่อตัวบริษัท (เพราะได้มอบหมายให้ บลจ. ไปใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นและผู้ถือหุ้นกู้แทนเราอยู่แล้ว) แต่ผู้ถือหน่วยลงทุนก็ยังมีสิทธิมีเสียงจากลงทุนเช่นกัน โดยเป็นสิทธิที่ได้จาก บลจ. ในฐานะผู้บริหารจัดการกองทุนที่เราลงทุนอยู่
สิทธิสำคัญ ที่นอกเหนือจากสิทธิขั้นพื้นฐาน คือ "สิทธิในการรับทราบข้อมูลการทำธุรกรรมของ บลจ. ที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับกองทุน" ซึ่งมีอยู่ 2 กรณี ได้แก่ 1. บลจ. ลงทุนในทรัพย์สินประเภทเดียวกับกองทุนเพื่อตนเอง (proprietary trading) และ 2 กองทุนทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง (affiliated transaction)
โดยที่ลักษณะของธุรกรรมต้องเป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดต่อกองทุนในขณะนั้น มีความจำเป็น และเป็นการทำการค้าปกติ และหากเป็นการทำธุรกรรมระหว่างกองทุนที่อยู่ใน บลจ. เดียวกัน จะต้องเหมาะสมกับทั้งสองกองทุน
แต่ไม่ได้หมายความว่า บลจ. จะไม่สามารถทำธุรกรรม 2 อย่างนี้ได้ เพียงแต่ต้องแจ้งให้ผู้ถือหน่วยได้รับรู้ตามสิทธิที่มี
นอกจากนี้ ผู้ถือหน่วยยังมีสิทธิในการแสดงเจตนาว่า "ไม่ต้องการรับการติดต่อในลักษณะที่เป็นการขายโดยผู้ลงทุนมิได้ร้องขอ" (cold calling)และสิทธิขอให้ผู้ติดต่อผู้ลงทุนแจ้งชื่อตัว ชื่อต้นสังกัด ขอดูบัตรประจำตัว วัตถุประสงค์ในการติดต่อและสิทธิที่จะแสดงเจตนาว่า "ไม่ต้องการได้รับการติดต่อ"
ก.ล.ต. ชวนใช้สิทธิ
ไม่ใช่แค่นักลงทุนอย่างเราที่จะไม่ยอม "นอนหลับทับสิทธิ" แต่ ก.ล.ต. ก็ยอมไม่ได้เช่นกัน จึงได้ทำวิดีโอคลิป ชุด "สิทธิผู้ลงทุน" เพื่อส่งเสริมให้นักลงทุนรู้จักสิทธิพื้นฐานที่มีอยู่ ไม่ว่าจะลงทุนหุ้น หุ้นกู้ และหน่วยลงทุน ทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ของนักลงทุนเอง
เพราะยังมีนักลงทุนอีกจำนวนมากที่ยังไม่รู้ไม่เข้าใจสิทธิที่มีอยู่ ทำให้ไม่ได้รับการคุ้มครองและไม่สามารถใช้ประโยชน์จากตลาดทุนได้อย่างเต็ม ที่
เนื้อหาในวิดีโอคลิปชุดนี้มี 5 ตอน ได้แก่
สิทธิของผู้ถือหุ้น ตอน AGM และ EGM (https://youtu.be/_VQFJH7ex1A)
สิทธิของผู้ถือหุ้น ตอน การเพิ่มทุนจดทะเบียน (https://youtu.be/prk1-j4xUvg)
สิทธิของผู้ถือหุ้นกู้ (https://youtu.be/l75aNh9azzo)
สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวม (https://youtu.be/WI3JhiQbHWU)
ผู้ลงทุนต้องได้อะไรบ้างในการซื้อกองทุนรวม (https://youtu.be/-sZnKngExlo)
ไปค่ะ... ไปใช้สิทธิกัน







