
เจเนอเรชั่น3ค่ายไวไว รักษา-ต่อยอดธุรกิจ
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ก้าวเข้าสู่ปี 44 สำหรับโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย หรือที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในยี่ห้อ “ไวไว” บะหมึ่กึ่งสำเร็จรูป ขณะนี้การบริหารธุรกิจได้ส่งไม้ต่อเจเนอเรชั่น 3 หรือรุ่นหลาน ซึ่งมีความเชื่อกันว่าวงจรธุรกิจรุ่นแรกเป็นช่วงบุกเบิกก่อร่างสร้างตัว รุ่น 2 เป็นช่วงที่เจริญเติบโตธุรกิจจะพุ่งถึงขีดสูงสุด จากนั้นรุ่น 3 จะเป็นช่วงธุรกิจขาลงหากรุ่นหลานที่เข้ามาสานต่อไม่อดทนเท่า 2 รุ่นที่ผ่านมา แต่สำหรับ “ยศสรัล แต้มคงคา” แล้ว ความเชื่อดังกล่าวไม่สามารถกระทบแพชชั่น (Passion) ในการวางเป้าหมายของรุ่น 3 ที่จะเข้ามารักษาธุรกิจที่มีอยู่แล้วให้คงอยู่ต่อไป ป้องกันคู่แข่งเข้ามาชิง
พื้นที่ กับการต่อยอดธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างอาณาจักรอาหารให้ยิ่งใหญ่
ยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตราไวไว บอกว่า ภารกิจของเจเนอเรชั่น 3 ในกลุ่มโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย มีด้วยกัน 2 แนวทาง คือ 1.การรักษาธุรกิจดั้งเดิมซึ่งก็คือ ไวไว ให้รั้งตำแหน่งอันดับ 2 ของตลาด ครองส่วนแบ่ง 23-24% จากมูลค่าตลาด 1.5 หมื่นล้านบาท โดยป้องกันไม่ให้คู่แข่ง โดยเฉพาะยำยำ หรือแบรนด์ใหม่เข้ามาในตลาดมาแทนที่ไวไวได้ และเหตุผลสำคัญการก้าวสู่อันดับ 1 เป็นเรื่องยาก เพราะมาม่าครองส่วนแบ่ง 51-52% การขึ้นเป็นเบอร์ 1 จึงต้องใช้งบการตลาดที่สูง มองว่าไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน
กลยุทธ์การรักษาตำแหน่งอันดับ 2 ของ
ไวไว ต้องคงจุดเด่นความเป็นเอกลักษณ์ของเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือ มีความเหนียว เส้นไม่อืด และรักษาส่วนแบ่งตลาดรสชาติที่เป็นเรือธงของไวไวเอาไว้ด้วยกัน 4 รสชาติ ได้แก่ รสปรุงสำเร็จ หมูสับต้มยำ หอยลายผัดฉ่า และต้มโคล้ง พร้อมกับต้องพัฒนารสชาติใหม่ๆ ให้เข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาดต้มยำกุ้งและหมูสับให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นรสชาติที่มีสัดส่วนในตลาดสูงที่สุด โดยมีแบรนด์คู่แข่งอย่างมาม่ามีความแข็งแกร่ง รวมทั้งออกรสชาติอื่นๆ ขณะนี้บริษัทมีหมึกแดงหรือผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเป็นที่ปรึกษาและร่วมกันพัฒนารสชาติ
“ความท้าทายของการทำธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือ หากทำสินค้าในเซ็กเมนต์พรีเมียมจำหน่ายมากกว่า 25 บาทขึ้นไป ผู้บริโภคก็ไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้าจากญี่ปุ่น หรือเกาหลีแทน นอกจากนี้ยังมีคู่แข่งร้านค้าก๋วยเตี๋ยวริมถนนที่ผู้ซื้อได้สารอาหารที่ครบถ้วนมากกว่า ดังนั้นในขณะนี้จึงโฟกัสบรรจุภัณฑ์ถ้วยด้วยราคาที่จำหน่ายไม่เกิน 15 บาท แต่หากถามว่าในอนาคตไวไวจะพัฒนาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียมก็ยังคงต้องทำ ซึ่งอาจจะฉีกแนวไปสู่การพัฒนาสินค้าคอนเซ็ปต์เพื่อสุขภาพ มีความเป็นไปได้ว่าจะเห็นในปี 2560 แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของตลาด”
สำหรับแนวทางที่ 2 การต่อยอดจากธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจากกันและธุรกิจอื่นๆ ปัจจุบันครอบครัวเรามีบริษัทโรงงานลูกกวาดเม่งเซ้ง หรือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหมากฝรั่งคิดคิด ซึ่งขณะนี้จำหน่ายเฉพาะในช่องทางร้านค้าปลีกดั้งเดิมในตลาดต่างจังหวัด พร้อมกับนำสินค้าไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอาเซียน นอกจากนี้เตรียมนำกำลังการผลิตที่เหลืออยู่เปิดรับจ้างผลิตหมากฝรั่ง จากปัจจุบันการผลิตแบรนด์คิดคิด 80% และการรับจ้างผลิต 20% เหตุผลที่เราไม่เน้นทำตลาดเอง เพราะตลาดหมากฝรั่งการเติบโตไม่ค่อยดีมากนัก มองว่าตลาดไม่ได้มีศักยภาพมากนักในยุคนี้
ทั้งนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในกลุ่มบริษัท ไทยกลูโคส ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงปรุงรสแบรนด์รสเด็ดที่ทำมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังมีธุรกิจทางด้านดิสทริบิวเตอร์หรือผู้จัดจำหน่ายสินค้า ภายใต้บริษัท เอ็มเอสกรุ๊ป ซึ่งถือว่าเป็นแขนขาที่สำคัญของบริษัทเราในการกระจายสินค้า สำหรับธุรกิจใหม่ที่เจเนอเรชั่น 3 ปลุกปั้นในขณะนี้ คือการเปิดตัวร้านควิก เทอเรส เป็นร้านจำหน่ายอาหารโดยใช้วัตถุดิบหลักจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว เส้นหมี่ขาว ซึ่งเป็นการแตกธุรกิจใหม่ในรอบ 10 ปี โดยตั้งเป้า 5 ปี เปิดร้านอาหาร 50 สาขา
ธุรกิจอีกหนึ่งที่กำลังปลุกปั้นให้แจ้งเกิด คือ การทำนมพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ “ชีวิตดี” มีส่วนผสมของอัลมอนด์ โดยได้เปิดตัวลงสู่ตลาดมาร่วม 1 ปี ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีสามารถสร้างกำไรมากกว่าหมากฝรั่งคิดคิด สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นคือแนวคิด “รพีรัฐ แต้มคงคา” หรือผู้เป็นพ่อต้องการให้ลูกๆ รักษาตำแหน่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว และการสร้างอาณาจักรใหม่ๆ ส่วนการทำงานต้องการให้เรียนรู้การทำงาน ลองผิดและลองถูก ทุกอย่างคือประสบการณ์ทำงาน ผมเริ่มทำงานในบริษัทตั้งแต่ปี 2553 ในฐานะพนักงานฝึกงานธรรมดา เรียนรู้ตั้งแต่การทำตลาด การจัดอีเวนต์ รวมทั้งโฆษณาและประชาสัมพันธ์
การดำเนินธุรกิจตระกูล “แต้มคงคา” จากรุ่นปู่ “ชาญ แต้มคงคา” มาสู่รุ่นหลาน ยังคงเป็นการบริหารในรูปแบบธุรกิจครอบครัว (Family Business) โดยโจทย์ที่ให้เจเนอเรชั่น 3 แม้ว่าจะดูไม่ได้ยาก คือการรักษาตำแหน่งอันดับ 2 เอาไว้ให้ได้ในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ก็ถือว่าเป็นภารกิจที่ท้าทาย เพราะในยุคอุตสาหกรรม 4.0 มีทั้งธุรกิจเกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว และขณะเดียวกันธุรกิจก็เสี่ยงล่มสลายแค่ชั่วข้ามวันเท่านั้น เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไว







