
การท่องเที่ยวประเทศย่านเอเชียรุมออกงานท่องเที่ยวกวักมือเรียกคนไทยไปเที่ยว
เข้าสู่ช่วงกลางปีกันแล้ว หลายคนก็เริ่มวางแผนเก็บเงินเที่ยวช่วงปลายปีนี้เพื่อเป็นของขวัญให้ตัวเองที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
เข้าสู่ช่วงกลางปีกันแล้ว หลายคนก็เริ่มวางแผนเก็บเงินเที่ยวช่วงปลายปีนี้เพื่อเป็นของขวัญให้ตัวเองที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดี แนะนำให้ลองไปหาแรงบันดาลใจการท่องเที่ยวของตัวเองดูจากงานเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 19 ที่จะมีถึงวันที่ 17 ก.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพราะในงานนี้มีองค์กรการท่องเที่ยวจากหลายประเทศมาแจกข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในประเทศกันด้วย ไม่ได้มีแค่บริษัทนำเที่ยวมาขายแพ็กเกจทัวร์ หรือโรงแรมมาขายห้องพักอย่างเดียว โดยองค์กรการท่องเที่ยวในแถบเอเชียมากันมากทีเดียว หวังทำตลาดดึงคนไทยไปเที่ยวกัอย่างจริงจัง
เริ่มที่การท่องเที่ยวไต้หวันที่มาแจกแผนที่ท่องเที่ยวตามภาคต่างๆ ในไต้หวันพร้อมกับมีกิจกรรมที่บูธทุกวัน โดย เดวิด เส้า ผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำมาเลเซีย ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน กล่าวว่า ยอดคนไทยที่ไปเที่ยวไต้หวันช่วงที่ผ่านมาของปีนี้เพิ่มขึ้นแล้ว 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งรัฐบาลไต้หวันก็ให้ความสำคัญพยายามทำให้คนไทยไปเที่ยวง่ายขึ้น เน้นการอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่า ปัจจุบันหากไปเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยว 24 แห่งที่ได้รับมอบหมายจากการท่องเที่ยวไต้หวัน ไม่ต้องแสดงเอกสารประกอบอาชีพ เอกสารการเงิน ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมขอวีซ่า รวมทั้งหาแนวทางอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ เพื่อดึงดูดใจคนไทยให้อยากไปไต้หวันมากขึ้น
สำหรับไต้หวันไปเที่ยวได้ในทุกฤดูกาล โดย 1 ปีจะมี 4 ฤดู แต่ละฤดูเมื่อเดินทางไปก็จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นเรื่องอาหารที่หลากหลาย และมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกซื้อมากมาย ไม่เพียงเท่านี้ยังมีกิจกรรมประเภทที่ให้ทำเอง (D.I.Y.) นำเสนอ เช่น ไปเก็บผักผลไม้ในฟาร์มแต่ละฤดูกาล อีกทั้งในไต้หวันยังมีแหล่งอาบน้ำแร่ที่มีคุณภาพด้วย โดยหากมาในช่วงฤดูหนาวก็เหมาะมากๆ ที่จะแช่น้ำแร่ ส่วนใครที่ชอบปั่นจักรยาน ที่ไต้หวันก็มีเส้นนทางให้ปั่นจักรยานรอบเกาะไต้หวัน
"ตลาดคนไทยเที่ยวไต้หวันปีนี้โตสูงสุดถ้าเทียบกับคนที่มาจากประเทศอื่นในอาเซียน รองจากไทยก็คือ เวียดนาม โต 13% อันดับ 3 คือมาเลเซีย โต 10% โดยที่ผ่านมาคนไทยชอบไปเที่ยวกันทางตอนเหนือของไต้หวัน คือในไทเป เราจึงพยายามแนะนำพื้นที่อื่นๆ ของไต้หวันให้คนไทยไปเที่ยว เช่น เกาสง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของไต้หวัน ฮวาเหลียน ไถตง รวมถึงเกาะต่างอย่าง จินเหมิน หม่าจู่ เผิงหู"
ทั้งนี้ใครกำลังสนใจไปเที่ยวไต้หวัน สามารถไปขอข้อมูลได้ที่บูธการท่องเที่ยวไต้หวันในงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก หรือหากไม่สะดวกมาเอง ก็มีช่องทางเว็บไซต์ taiwan.net.my ซึ่งมีข้อมูลเป็นภาษาไทย
ขณะที่การท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็เป็นอีกโซนที่มาให้ข้อมูลคนไทยมากเหมือนเช่นทุกครั้ง โดยมีการท่องเที่ยวส่วนจังหวัดต่างๆ ของญี่ปุ่นเดินทางมาให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ของตัวเองอยู่หลายพื้นที่ เช่น ฮอกไกโด นากาโน่ นางาซากิ คิวชู รวมถึงมีบริษัทรถไฟสายต่างๆ มาแนะนำบัตรรถไฟแบบเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวหลายรูปแบบ
ด้านการท่องเที่ยวมาเก๊า ก็นำแผนที่มาเก๊ามาแจก พร้อมกับมีแผนที่วัดในมาเก๊าโดยเฉพาะ เส้นทางที่เดินเที่ยวได้ และคู่มือตระเวนชิมอาหารในมาเก๊า เป็นต้น
ปิดท้ายที่การท่องเที่ยวอินเดีย ที่มีรัฐพิหาร มาออกบูธเอง เนื่องจากต้องการแนะนำให้คนไทยทราบว่า ที่นี่เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ สำหรับบรรดานักแสวงบุญที่ต้องการไปยังถิ่นกำเนิดพระพุทธเจ้า
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาออกบูธ เท่านั้น ยังมีการท่องเที่ยวอีกหลายประเทศที่ไม่ได้เอ่ยชื่อถึงทั้งที่อยู่ในเอเชียและยุโรป ซึ่งใครมีเวลาว่างไม่ควรพลาดมาเก็บข้อมูลประเทศท่องเที่ยวเป้าหมายปลายปีนี้กัน







