posttoday
CLMV โอกาสธุรกิจใกล้ตัว

CLMV โอกาสธุรกิจใกล้ตัว

14 กรกฎาคม 2559

โดย...สยาม ประสิทธิศิริกุล

โดย...สยาม ประสิทธิศิริกุล

ตัวเลขส่งออกของไทยไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น อเมริกา ยุโรป หรือจีนนั้นหดตัว สืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่สู้ดีนัก แต่ในทางกลับกันตัวเลขการส่งออกของไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม มีตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นโอกาสที่ดีที่นักลงทุนไทยต้องรีบฉวยโอกาส

ข้อมูลดังกล่าวผมได้มาจากงานสัมมนา Krungsri Business Talk ภายใต้หัวข้อ “สร้างโอกาส เปิดตลาด CLMV” ซึ่งงานสัมมนาดังกล่าวนี้จัดขึ้นให้กับลูกค้าผู้ประกอบการธุรกิจให้มีความเข้าใจในเชิงลึก และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสในการรุกตลาด CLMV

กลุ่มประเทศ CLMV มีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้นราวกว่า 170 ล้านคน และเป็นผู้บริโภคที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นตลาดใหม่และมีอำนาจการซื้อค่อนข้างสูง มีจำนวนประชากรรวมกันนั้นมากกว่าไทยถึง 3 เท่า อีกทั้งยังเปิดโอกาสต้อนรับนักลงทุนต่างชาติอย่างเต็มที่ด้วยสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) จึงทำให้ประเทศในกลุ่ม CLMV ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

หากพิจารณาศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ พบว่า มีการคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ CLMV เฉลี่ยที่ 5-7% ในช่วง 5-10 ปีต่อจากนี้ เมื่อเศรษฐกิจเติบโตในอัตราที่สูง จึงส่งผลให้เกิดแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภายในประเทศนั้นสูงขึ้นตามลำดับ และ CLMV ยังเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย คิดเป็นสัดส่วนราว 8% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ โดยมีการขนส่งผ่านชายแดนเป็นช่องทางสำคัญ และในปีที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกของไทยไปยังกลุ่ม CLMV มีตัวเลขเติบโตถึง 13% สวนทางกับภาคการส่งออกโดยรวมของประเทศที่หดตัว 1.2%

หากกล่าวถึงสินค้าไทยนั้นถือว่าเป็นที่นิยมอย่างมาก และยังเป็นที่ต้องการในตลาด CLMV ดูได้จากตัวอย่าง 1) ประเทศกัมพูชา สินค้าไทยครองตลาดในกัมพูชาเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 โดยกลุ่มหลักเป็นสินค้ากลุ่มรองรับการใช้งานในภาคธุรกิจและครัวเรือน เช่น เครื่องจักรกล รถแทรกเตอร์ เครื่องจักรกลทางการเกษตร อุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างต่างๆ ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ 2) สปป.ลาว ไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% ของการนำเข้าของ สปป.ลาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเป็นที่นิยมอย่างมาก นอกจากนี้อุปกรณ์ด้านการสื่อสารและการคมนาคมขนส่งยังเป็นที่ต้องการ 3) ประเทศเมียนมา ไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาดราว 1 ใน 5 ของการนำเข้าของเมียนมา

นอกจากนี้ การเร่งพัฒนาประเทศของเมียนมายังเป็นโอกาสแก่สินค้าและธุรกิจไทยหลากหลายด้าน สินค้าที่เห็นการเติบโตร้อนแรงคือกลุ่มอุปกรณ์ด้านการสื่อสาร ยานยนต์ อุปกรณ์คมนาคมขนส่ง วัสดุก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งเครื่องดื่ม (โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และสุดท้าย 4) ประเทศเวียดนาม แม้สินค้าไทยในเวียดนามยังมีสัดส่วนน้อยราว 5% แต่มีศักยภาพการเติบโตสูงจากการทยอยลดภาษีในกรอบอาเซียนเหลือ 0% ทำให้ไทยมีแต้มต่อมากขึ้น โดยสินค้าที่เวียดนามต้องการสูงส่วนใหญ่เป็นสินค้าใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อทำการผลิต ทั้งชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เส้นใยสังเคราะห์ ผ้าผืน

ข้อมูลที่ผมได้หยิบยกมาข้างต้นนั้น คงพอที่จะให้ผู้ประกอบการที่ผลิตหรือจำหน่ายสินค้าที่ตรงความต้องการของตลาดในแต่ละประเทศนั้นเห็นถึงช่องทางและโอกาสที่ยังคงสดใสในการค้าและการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งตัวผมเองยังคงหวังว่าจะได้เห็นผู้ประกอบการไทยกล้าที่จะลงทุนในตลาดต่างประเทศมากขึ้นเพื่อเป็นการผลักดันประเทศไทยให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท