
ท่องเที่ยวหนุนชุมชน
อพท.เผยผลท่องเที่ยวยั่งยืน สร้างรายได้ลงชุมชนมากกว่าเท่าตัว ระบุรัฐผุดมาตรการลดหย่อนภาษีโอท็อป ไม่เอื้อประโยชน์ชุมชน
อพท.เผยผลท่องเที่ยวยั่งยืน สร้างรายได้ลงชุมชนมากกว่าเท่าตัว ระบุรัฐผุดมาตรการลดหย่อนภาษีโอท็อป ไม่เอื้อประโยชน์ชุมชน
พ.อ.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. เปิดเผยว่า อพท.ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำการประเมินผลลัพธ์ของพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(มัลติพลายเออร์ เอฟเฟกต์ ออฟ ทัวริซึ่ม) มิติด้านเศรษฐกิจ โดยอาศัยทฤษฎีทวีคูณของรายได้จากการท่องเที่ยว เพื่อชี้วัดผลการทำงานร่วมกันผ่านภาคีร่วม 3 หน่วยงาน ระหว่าง อพท. ชุมชน และผู้ประกอบขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)
ทั้งนี้ การประเมินผลได้สุ่มตัวอย่างจำนวน 1,062 ราย แบ่งเป็นกลุ่มภาคีเครือข่ายของ อพท. ซึ่งจำนวน 150 หน่วยงาน พบว่า สร้างรายได้ทวีคูณสะพัดในท้องถิ่นถึง 2.09 เท่า สูงกว่าผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไปที่ไม่ได้เป็นภาคีเครือข่ายที่ผลการประเมินอยู่ที่ 1.38 เท่า หรือทุกการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผ่านภาคีเครือข่าย 100 บาท จะทำให้เกิดรายได้ทวีคูณถึง 209 บาท เป็นการกระจายรายได้ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจหรือปัจจัยการผลิตในท้องถิ่น มากกว่าผู้ประกอบการนอกเครือข่ายในทุกพื้นที่ เช่น พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ซึ่งมีอัตราการกระจายรายได้ผ่านธุรกิจเชื่อมโยงถึง 55%
นอกจากนี้ ด้านแผนการตลาดได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ในการประชาสัมพันธ์ พร้อมจัดทำแบรนด์ให้กับชุมชน เพื่อต่อยอดกระตุ้นกำลังซื้อให้กับนักท่องเที่ยว และในเดือน ส.ค.เตรียมเปิดผลลัพธ์ของพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท.ในมิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย
พ.อ.นาฬิกอติภัค กล่าวว่า นโยบายกระตุ้นกำลังซื้อคนไทย โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการลดหย่อนภาษีสินค้าท้องถิ่น (โอท็อป) มองว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนอย่างแท้จริง เพราะสินค้าโอท็อปเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจชุมชน ในขณะที่ชุมชนยังมีสินค้าภาคบริการ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีความพร้อมในการออกใบกำกับภาษี ทำให้ชุมชนไม่ได้รับอานิสงส์อะไรจากนโยบายในครั้งนี้
นอกจากนี้ ควรยืดระยะเวลาการลดหย่อนภาษีออกไปจนถึงเดือน ธ.ค.จากกำหนดการเดิมวันที่ 1-31 ส.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการ







