
"สมคิด" ชูขับเคลื่อน 4 มิติเพิ่มความสามารถแข่งขันของประเทศ
"สมคิด" เผยรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนงานใน 4 มิติเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
"สมคิด" เผยรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนงานใน 4 มิติเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างการเปิดงาน Thailand Competitiveness Conference 2016 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนงานใน 4 มิติเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ มิติแรกคือการให้ความสำคัญกับใช้กลยุทธ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Strategy) ทำให้ประเทศไทยมีความโดดเด่นในเวทีระหว่างประเทศในฐานะเป็นเกตเวย์ของอาเซียน เป็นตัวกลางของอาเซียนในการเชื่อมโยงกับประเทศอาเซียนบวก3 อาเซียนบวก6 และ RCEP ซึ่งหากสามารถเชื่อมโยงให้เข้มแข็งขึ้น จะทำให้เอเชียมีความเข้มแข็ง รองรับความผันผวนจากภายนอก
มิติที่ 2 การกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศที่มีนโยบายผลักดันการเติบโตจากภายใน ไม่ให้การเติบโตและงบประมาณกระจุกตัวในกรุงเทพฯเท่านั้นแต่ต้องมีการพัฒนาไปสู่ภูมิภาค และพัฒนาเป็นคลัสเตอร์จังหวัด ขณะเดียวกันต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมด้วย โดยมีการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายย 10 อุตสาหกรรมที่จะดึงต่างชาติมาลงทุนและ 5 อุตสาหกรรมที่จะเป็นความเชี่ยวชาญของประเทศ
มิติที่ 3 การเพิ่มสมรรถนะในเชิงสถาบัน ทั้งสถาบันทางการเมือง เอกชน กฎระเบียบ โดยเฉพาะการลดขั้นตอนต่างๆ ในการอนุญาต อำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ การเพิ่มความโปร่งใส และมิติที่ 4 การทำภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง ผ่านแนวทางประชารัฐ เพราะเมื่อภาคประชาสังคมเข้มแข็งจะทำให้การผลักดันนโยบายมีประสิทธิภาพ และรัฐจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงมิติของกระบวนการยุติธรรมและการศึกษา
"นี่คือ 4 มิติที่รัฐบาลผลักดันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เอกชนต้องช่วยกันสื่อให้ทั้ง IMD WEF ธนาคารโลกรู้ว่าเรากำลังทำอะไร ส่วนเขาจะตัดสินเราอย่างไรก็ให้ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะให้อันดับเราดีขึ้นหรือไม่ รัฐบาลอาจจะอยู่อีกปีเดียว แต่เรากำลังสร้างรากฐานให้รัฐบาลต่อไปสานต่อไปได้ รัฐบาลมีหน้าที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ทำอะไรตามกระแสและตามอารมณ์ เพราะถ้าจะทำแบบนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาล" นายสมคิด กล่าว







