posttoday
"สเนลไวท์" วางเป้าสู่ผู้นำความงามเอเชีย

"สเนลไวท์" วางเป้าสู่ผู้นำความงามเอเชีย

13 กรกฎาคม 2559

สเนลไวท์ ก้าวสู่บริษัทที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว พิสูจน์ได้จากการที่บริษัทสามารถสร้างยอดขายถึงระดับ 1,000 ล้านบาท

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

อาจเป็นโมเดลของบริษัทไทยรุ่นใหม่ ที่มีแผนธุรกิจ เป้าหมาย และแผนระยะยาวที่มีความชัดเจน รวมถึงผู้บริหารที่มีความสามารถระดับสูง ทีมงานที่แข็งแกร่ง ทำให้ แบรนด์สินค้า สเนลไวท์ ก้าวสู่บริษัทที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว พิสูจน์ได้จากการที่บริษัทสามารถสร้างยอดขายถึงระดับ 1,000 ล้านบาท ภายในเวลา 3 ปี และกำลังขยายสู่ต่างประเทศมากขึ้นแล้ว

“สราวุฒิ พรพัฒนารักษ์” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม ผู้ผลิตสินค้าดูแลผิว “สเนลไวท์” เปิดเผยว่า ความสนใจที่ต้องการทำธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (สกินแคร์) มาจากการที่ตนเองต้องการขยายธุรกิจใหม่ให้แก่ธุรกิจของครอบครัว ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์มานานกว่า 10 ปี จึงสนใจเกี่ยวกับ สินสกินแคร์อย่างจริงจัง และใช้เวลาศึกษามาประมาณ 2 ปีก่อนที่จะเริ่มต้นสร้างธุรกิจใหม่

ในช่วงการก่อสร้างธุรกิจ ปี 2553 บริษัทใช้ลงทุนสร้างโรงงานเป็นผู้รับผลิต (โออีเอ็มอี) สกินแคร์ให้แก่แบรนด์เครื่องสำอางต่างๆ เพื่อเรียนรู้ตลาดและเข้าใจลูกค้า จึงได้เห็นบริษัทที่ทำธุรกิจประสบความสำเร็จ และบริษัทที่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยเป็นโออีเอ็ม มาประมาณ 3 ปี หลังจากนั้นในปี 2556 บริษัท จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองในชื่อ สเนลไวท์ มาจากการเห็นโอกาสของตลาด ที่มีกลุ่มสินค้าเคาน์เตอร์แบรนด์ที่เป็นแบรนด์ต่างประเทศทั้งหมด และมีตลาดเครื่องสำอางระดับกลาง (แมส) แต่ทั้งนี้ ช่องว่างของ ตลาดแมส และตลาดเคาน์เตอร์แบรนด์ ยังไม่มีรายใดเข้ามาทำตลาด

ทำให้ สเนลไวท์ วางตำแน่งสินค้าในตลาดดังกล่าวที่ไม่มีคู่แข่ง และกำหนดราคาขายที่เริ่มต้นระดับ 1,000 บาทขึ้นไป อีกทั้งการทำธุรกิจจะต้องเลือกทำที่ถนัดและเชี่ยวชาญ พร้อมดึงคนที่เก่งมาทำงานด้วยกัน ผมมีความถนัดเรื่องการผลิตและโรงงาน แต่ผมไม่มีเชี่ยวชาญเรื่องการตลาด ทำให้ผมดึงเพื่อนที่เก่งเรื่องการตลาด มาร่วมทำแบรนด์สินค้า โดยปีแรก ใช้ทำตลาดผ่านสื่อโชเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งเฟสบุ๊ค ไอจี ซึ่งงบการตลาดปีแรก 90% อยู่ในโชเชียลมีเดีย และสร้างยอดขายปีแรกที่ 90 ล้านบาท

ต่อมาปีสองในปี 2557 จึงเริ่มขยายช่องทางใหม่ ทั้งผ่านร้านค้าต่างๆ และกระจายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึง การใช้พรีเซ็นเตอร์มาสร้างแบรนด์สินค้า ทำให้แบรนด์เติบโตมากขึ้น โดยปีสอง สร้างยอดขายได้ 450 ล้านบาท และในปีสาม 2558 จึงบุกตลาดอย่างเต็มตัว ขยายทุกช่องทางทำตลาด และรุกตลาดสู่ต่างประเทศ ทำให้บริษัทสร้างยอดขายได้ 1,000 ล้านบาท

การสร้างแบรนด์ สเนลไวท์ บริษัทมีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศคือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมพัฒนาสินค้าทำให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและความแตกต่าง พร้อมร่วมมือกับเครือข่ายในต่างประเทศ ทั้งในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ พัฒนาสินค้า ซึ่งในแต่ละปีใช้งบ 5% มาลงทุนวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) สินค้า โดยสินค้าที่มีความโดดเด่นแล้ว การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (แพคเกจจิ้ง) ที่บริษัทให้ความสำคัญมาก ทำให้ได้สินค้าที่มีแพคเกจจิ้งสวยงามและมีนวัตกรรม

พร้อมกันนี้บริษัทได้ลงทุน 200 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ โรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นโรงงานขนาดใหญ่ คาดว่า การก่อสร้างระยะแรก (เฟสแรก) จะเสร็จในปี 2559 ซึ่งเป็นโรงงานที่รองรับการขยายตลาดสู่เอเชีย โดยในปีที่ผ่านมาได้เริ่มขยายตลาดสู่เอเชีย ทั้งในประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ กัมพูชา เมียนมา ลาว ฮ่องกง และจีน

การทำตลาดในต่างประเทศ บริษัทจะมีการศึกษาตลาดก่อนทุกครั้ง และมีการสร้างกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบในสินค้าดังกล่าว หรือการสร้าง ดีมานท์ ในตลาดให้ได้ รวมถึงการบริหารแบรนด์ ต้องมุ่งพัฒนาตัวเองตลอด ไม่มีวันหยุดนิ่ง ทำให้มีความแตกต่าง และใช้กลยุทธ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งต้องคำนึงว่า สิ่งที่ทำมาในอดีต อาจจะไม่สามารถทำได้ต่อไปในอนาคต ทุกอย่างต้องพร้อมปรับใหม่เสมอ รวมถึงหาโอกาสใหม่เสมอ

“สราวุฒิ” กล่าวว่า บริษัทได้วางเป้าหมายระยะยาว แบรนด์ สเนลไวท์ จะต้องติดอันดับ 1 ใน 3 ของเอเชียให้ได้ และสร้างยอดขายถึงระดับ 1 หมื่นล้านบาทใน 10 ปีข้างหน้า โดยปัจจุบันแบรนด์ผู้นำในตลาดสกินแคร์ของเอเชีย จะเป็น แบรนด์ประเทศเกาหลีใต้ รองลงมา ญี่ปุ่น และแบรนด์อันดับสามก็เป็นญี่ปุ่น ซึ่งตลาดไทยมีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ส่วนตลาดเกาหลีมีมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านบาท และญี่ปุ่นมากกว่า 6 แสนล้านบาท ส่วนจีนใหญ่กว่าไทย 10 เท่าตัว ดังนั้นตลาดเอเชียจึงน่าสนใจมาก และตลาดในเอเชียเติบโต 5% ทุกปี

“การทำธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ ที่จะสตรองได้นั้น จะต้องสร้างสินค้าที่แตกต่าง อย่าจำกัดตัวเอง ทุกอย่างความสำเร็จที่มีอยู่ ไม่ใช่สูตรสำเร็จทั้งหมด เราต้องคิดและปรับปรุง มองทุกอย่างให้กว้าง และอย่ายึดติดกับความสำเร็จ”สราวุธ กล่าว

นอกจากนี้ จากทำธุรกิจที่แตกต่าง ทำให้ สราวุธ ได้รับตำแหน่งเป็น วิทยากร เพื่อให้แนวคิดและแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่มากมาย รวมถึงล่าสุดในงานสัมมนา  “SCB SME SUCCESS ปี6 #โตอย่างสตรอง” จัดโดยธนาคารไทยพาณิชย์

“สราวุฒิ” นักธุรกิจไทยรุ่นใหม่ในอายุ 39 ปี ที่มีพลังของคนรุ่นใหม่ สร้างสิ่งแตกต่าง ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และที่สำคัญ ยังมุ่งสร้างนวัตกรรมให้แก่ตลาดเครื่องสำอางและสกินแคร์ของไทยและของโลกอย่างไม่หยุดยั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท