
กดปุ่มไทยแลนด์ฟันด์1แสนล้าน
ไฟเขียวตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟันด์ 1 แสนล้าน เสนอขายเดือน ธ.ค.นี้ ใช้เงินวายุภักษ์ตั้งกองทุนจ่ายปันผล
ไฟเขียวตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟันด์ 1 แสนล้าน เสนอขายเดือน ธ.ค.นี้ ใช้เงินวายุภักษ์ตั้งกองทุนจ่ายปันผล
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายละเอียดการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ หรือทีเอฟเอฟ) วงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังดำเนินการจัดตั้งภายในเดือน ก.ค. 2559 วงเงินเริ่มต้น 1 หมื่นล้านบาท และจะมีการเสนอขายหน่วยลงทุนที่เหลืออีก 9 หมื่นล้านบาท ให้กับนักลงทุนภายในประเทศและต่างประเทศในเดือน ธ.ค. 2559
นอกจากนี้ ยังให้ตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อเป็นหลักในการประกันผลตอบแทนขั้นต่ำให้กับผู้ถือหน่วยในกองทุน โดยจะใช้เงินประเดิมจากเงินปันผลของกองทุนวายุภักษ์ประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท และอาจใช้เงินจากงบประมาณหากไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เมื่อกองทุนมีการประกันผลตอบแทนขั้นต่ำก็จะมีการกำหนดจ่ายผลตอบแทนขั้นสูงด้วย โดยหากกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ได้ผลตอบแทนมากกว่าที่กำหนดจ่ายผลตอบแทนขั้นสูง ก็จะมีการนำเงินส่วนที่เกินไปใส่ไว้ในกองทุนหมุนเวียน
ขณะเดียวกัน ครม.ยังเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคม ดำเนินการโอนรายได้ของโครงการของกรมทางหลวง 2 โครงการ คือ ทางหลวงพิเศษ หรือมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-บ้านฉาง และหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา-พัทยาของกรมทางหลวง ให้กองทุนในสัดส่วน 50% เป็นเวลา 30 ปี คิดเป็นเงินประมาณ 4 หมื่นล้านบาท รวมถึงโครงการทางด่วนพิเศษ สายพระราม 3 ดาวคะนอง ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ยังไม่ได้ก่อสร้างมาไว้ในกองทุน เพื่อนำเงินจากกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ไปใช้ในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว รวมถึงให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาจัดหาโครงการอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการประหยัดเงินงบประมาณและเงินกู้
นายเอกนิติ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้จะสามารถจัดตั้งคณะที่ปรึกษา ที่ประกอบด้วยที่ปรึกษาการเงิน ที่ปรึกษากฎหมาย และผู้แทนจัดจำหน่าย ซึ่งจะเข้ามาทำการศึกษารายละเอียดโครงการที่จะเข้ามาอยู่ในกองทุน ทั้งโครงการที่มีรายได้แล้ว และโครงการที่จะเริ่มก่อสร้าง เพื่อกำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำและขั้นสูงสุดที่จะให้กับนักลงทุน โดยจะต้องดำเนินการเสร็จก่อนที่จะขายหน่วยให้นักลงทุนภายในสิ้นปีนี้
สำหรับการขายหน่วยลงทุนจะเน้นให้นักลงทุนประเภทสถาบัน ซึ่งบริษัทประกันให้ความสนใจมาก อย่างไรก็ตามจะให้คณะที่ปรึกษาการเงินหารือกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าจะขายให้นักลงทุนทั่วไปที่เป็นย่อยลงไปได้ถึงระดับไหน เพราะที่ผ่านมาก็มีนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนเช่นกัน







