
กลต.ฟัน53รายปรับไอร่าเยอะ
โพสต์ทูเดย์
— ก.ล.ต.เอาจริง ครึ่งปีแรกฟันผู้ทำผิดรวม 53 รายการ ได้เงิน 8.45 ล้าน บล.ไอร่าแชมป์ถูกปรับ บีฟิทผิดฐานไม่รู้ตัวตนลูกค้าตามกฎหมาย ปปง. โกลเบล็ก บอร์ด ลงทุนพอร์ตบริษัทไม่เหมาะสมรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 พบการกระทำความผิดทั้งสิ้น 53 รายการ รวมมูลค่าค่าปรับ 8.45 ล้านบาท ซึ่งเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีการทำผิดรวม 49 ราย แต่ปรับมากกว่า 50 ล้านบาท เพราะมีการปรับจำนวนมากกรณีการสร้างราคาหุ้นของ บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น (TWZ)
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า ถูกปรับมากที่สุด 7.92 ล้านบาท หลังพบกระทำผิด 5 รายการ โดยเฉพาะการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 20 พ.ค.26 พ.ย. 2552 ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ คือไม่ได้จัดให้มีข้อมูลลูกค้าและตรวจสอบความมีตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า (KYC/CDD และ SUITABLITY)) ก่อนการอนุมัติเปิดบัญชีซื้อขายและขออนุมัติวงเงินลงทุนต่างประเทศให้ลูกค้า รวมทั้งรับรองข้อมูลอันเป็นเท็จกับสำนักงานว่าได้ทำ KYC/CDD และ SUITABLITY แล้ว ถูกปรับเป็นเงิน 2.66 แสนบาท และไม่รู้ตัวตนลูกค้าก่อนเปิดบัญชีมาร์จินให้ลูกค้า
นอกจากนี้ บล.บีฟิท ก็ถูกปรับฐานไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ระหว่างวันที่ 17 เม.ย. วันที่ 6, 7 และ 12 พ.ค. 2552 เมื่อปรากฏรายการธุรกรรมของลูกค้าที่เข้าข่ายต้องพิจารณาว่าเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยจะต้องรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
“
บีฟิทถูกปรับ 4.8 แสนบาท เพราะอนุมัติลูกค้าให้เปิดบัญชีซื้อขาย ประเภทบัญชีเงินสดวงเงิน 50 ล้านบาท โดยข้อมูลลูกค้าและหลักฐานการเงินไม่ได้แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริงและลูกค้าได้ทำรายการฝาก/โอนเงินสดเพื่อการทำธุรกรรมในมูลค่าที่มีนัยสำคัญ โดยไม่สอดคล้องกับข้อมูลฐานะการเงินของลูกค้าที่บริษัทมีอยู่”สำหรับ บล.โกลเบล็ก พบผิด 5 รายการ ถูกปรับรวม 5.8 แสนบาท เช่นการไม่รู้ตัวตนลูกค้า และไม่มีระบบบริหารความเสี่ยง ระบบควบคุมภายในการลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อบัญชีบริษัทไม่มีประสิทธิ ภาพเพียงพอ เช่น ขยายวงเงินลงทุนเพื่อพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่พบหลักฐานอ้างอิง
นอกจากนี้ คณะกรรมการลงทุนมีพฤติกรรมลงทุนเพื่อพอร์ตไม่เหมาะสมเพราะมีการลงทุนและถือหุ้นกระจุกตัวในหุ้นเดียวเป็นมูลค่าสูงกว่าที่บอร์ดอนุมัติและไม่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนที่ลงทุนระยะกลางและยาว เป็นต้น จึงถูกปรับจำนวน 2.92 แสนบาท
สำหรับความผิดที่เหลือมีทั้งการที่ผู้บริหารบจ.ใช้ข้อมูลภายในเช่นนายโอฬาร วีรวรรณ ที่ซื้อหุ้นภัทรประกันภัย ก่อนข่าวการควบรวมกิจการกับเมืองไทยประกันภัยเกิดขึ้น







