ปตท.รุกบริการหลังขายรถ เร่งผุดฟาสต์ฟิตปั๊มยอดน้ำมันหล่อลื่น
เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นของบริษัทพลังงานแห่งชาติอย่าง ปตท.
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นของบริษัทพลังงานแห่งชาติอย่าง ปตท. คือการขยายเข้าสู่ธุรกิจบริการหลังการขายรถยนต์อย่างเต็มตัว ทั้งในแง่ของการขยายฟาสต์ฟิต การเข้าสู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกลับมายังยอดน้ำมันหล่อลื่นของ ปตท.
บุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. กล่าวว่า ภาพรวมตลาดน้ำมันหล่อลื่นของผู้ค้าตามมาตรา 7 (บริษัทที่มีการจดทะเบียนกับกรมธุรกิจพลังงาน) ในครึ่งแรกปี 2559 มีปริมาณการใช้งานอยู่ที่ราว 140 ล้านลิตร หรือสูงขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยระดับราคาน้ำมันที่ต่ำลง รวมถึงวันหยุดยาวพิเศษที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายของผู้บริโภค ส่งผลให้ปริมาณความต้องการน้ำมันหล่อลื่นเติบโตขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าภาพรวมตลาดน้ำมันหล่อลื่นทั้งปีจะมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 5-7% จากปีก่อนมีปริมาณการใช้อยู่ที่ 370 ล้านลิตร ซึ่งเกิดจากปัจจัยสนับสนุนในช่วงครึ่งปีแรกตามที่กล่าวไปข้างต้น ประกอบกับในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่จะช่วยกระตุ้นความต้องการน้ำมันหล่อลื่นให้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
“ปีนี้ถือเป็นปีแรกในรอบ 3 ปี ที่ตลาดน้ำมันหล่อลื่นมีอัตราเติบโต จากที่ผ่านมาจะอยู่ในระดับทรงตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง” บุรณิน ให้ความเห็น
สำหรับบริษัทคาดว่าในปีนี้จะเติบโต 10% หรือมียอดขายอยู่ที่ 175 ล้านลิตร สูงขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 160 ล้านลิตร จากตลาดที่เติบโตขึ้น รวมถึงความต้องการใช้น้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณภาพสูงขึ้นของผู้บริโภคจึงทำให้เลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นจากผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่ให้ความมั่นใจได้มากกว่าแบรนด์ที่ไม่ได้มีการจดทะเบียน
เป้าหมายการเติบโตดังกล่าวแบ่งเป็นในประเทศ 150 ล้านลิตร จากปีก่อนอยู่ที่ 142 ล้านลิตร และต่างประเทศที่มีการส่งออกไปยัง 35 ประเทศทั่วโลก เพิ่มเป็น 25 ล้านลิตร จากปีก่อนอยู่ที่ 18 ล้านลิตร โดยสัดส่วน 80% ของตลาดต่างประเทศมาจากกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที่ได้รับการตอบรับที่ดี ขณะที่เป้าหมายระยะยาวบริษัทได้ตั้งเป้าหมายยอดขายรวมทั้งในและต่างประเทศอยู่ที่ 300 ล้านลิตร ในปี 2563 แบ่งเป็น ในประเทศ 200 ล้านลิตร และต่างประเทศ 100 ล้านลิตร
ดังนั้น รูปแบบการขยายธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นของบริษัทจึงจะดำเนินการควบคู่ไปกับศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ภายใต้ชื่อ “ฟิท ออโต้” (FIT Auto) ซึ่งได้มีการทดลองตลาดมาระยะเวลาหนึ่งแล้วจำนวน 21 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเป็นช่องทางการขายของน้ำมันหล่อลื่นที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
ขณะที่เป้าหมายในการขยายศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องปี 2559 มีแผนการขยายเพิ่มเป็น 30 แห่ง ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 500 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน และใน 5 ปีจากนี้จะเพิ่มเป็น 100 แห่ง โดยใช้เงินลงทุนมูลค่าราว 10 ล้านบาท/แห่ง
ส่วนในต่างประเทศ ฟิท ออโต้ มีแผนการขยายไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ภายในปีนี้จำนวน 2 แห่ง ซึ่งเป็นต้นแบบการขยายในต่างประเทศ หากประสบผลสำเร็จภายใน 3-5 ปีจากนี้ จะมีการขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคต่อไป ทั้งในรูปแบบสแตนด์อะโลน และอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในต่างประเทศ
บุรณิน กล่าวอีกว่า สิ่งที่ ปตท.มองเห็นคือการเติบโตของบริการหลังการขายในธุรกิจยานยนต์เป็นสิ่งจำเป็นและมีโอกาสการขยายตัวอีกมาก ซึ่งสถานีบริการน้ำมันของ ปตท.และศูนย์ ฟิท ออโต้ ถือเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างบริษัทกับผู้บริโภค ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มการต่อยอดสู่ธุรกิจอื่นๆ อาทิ รถเช่า ประกันภัย สถานีชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ ซึ่งคาดว่าภายใน 3-5 ปีจากนี้จะเห็นเป็นรูปธรรม
แนวคิดในการขยายสถานีบริการน้ำมันของบริษัทคือการรวมความครบวงจรในทุกด้านเข้าไว้ด้วยกันทั้งค้าปลีก และพลังงาน จึงสอดคล้องกับการขยายธุรกิจศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่ง ฟิท ออโต้ เป็นธุรกิจซ่อมบำรุงตามระยะทาง (ซ่อมเบา) พร้อมทั้งยังให้บริการดูแลรักษาสีรถยนต์ครบวงจร (คาร์แคร์)
พร้อมกันนี้ บริษัทได้มุ่งเน้นในการนำเอา ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง หรือออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง เข้ามาพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย รวมถึงการสร้างการรับรู้ต่อผู้บริโภคของ ฟิท ออโต้ ที่ทำการตลาดร่วมกับน้ำมันหล่อลื่นและใช้โซเชียลมีเดียแนะนำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
นอกจากนั้น ยังมองว่าปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดน้ำมันหล่อลื่นเริ่มมีความต้องการด้านคุณภาพสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสของบริษัทผู้ผลิตน้ำมันที่ให้ความมั่นใจได้มากกว่าด้วยแหล่งที่มาและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างชัดเจน
ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2558 ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นของ ปตท.ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และสโลแกนเป็น “The Moving Innovation” เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เน้นความคุ้มค่าของผู้บริโภคทุกกลุ่ม
สำหรับรูปแบบการแข่งขันของตลาดน้ำมันหล่อลื่นในประเทศไทยปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป เดิมทีช่องทางการจำหน่ายจะอยู่ในร้านอะไหล่ หรือร้านอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์เท่านั้น แต่ปัจจุบันช่องทางการจำหน่ายมีมากขึ้นทั้งในกลุ่มศูนย์บริการซ่อมรถยนต์หลังหมดอายุรับประกัน (ฟาสต์ฟิต) ต่างๆ รวมถึงศูนย์บริการรถยนต์ ที่รุกหนักเรื่องบริการหลังการขาย ไม่เว้นแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อ จึงเป็นโอกาสของบริษัทที่จะขยายช่องทางการขายให้มากขึ้นเพื่อสร้างยอดขายให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
ล่าสุด บริษัทได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ PTT Performa Euro Syn ซึ่งเป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% สูตรพิเศษสำหรับกลุ่มรถพรีเมียม โดยได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปอร์เช่ และโฟล์คสวาเกน เป็นต้น พร้อมทั้งยังผ่านมาตรฐานเครื่องยนต์ยูโร 5
สำหรับการจัดโปรโมชั่นที่คู่กับน้ำมันหล่อลื่นมาโดยตลอด ปัจจุบันบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดโปรโมชั่นไปตามพฤติกรรมผู้บริโภค อย่างน้ำมันหล่อลื่นรุ่นใหม่ของบริษัท ได้มีการแถม Bluetooth JBL GO (ลำโพงบลูทูธ) มูลค่า 1,290 บาท ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ โดยบริษัทก็ต้องสร้างแบรนด์และจูงใจในลักษณะที่ปรับเปลี่ยนไป
นอกจากนี้ ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติกับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มาแรง บริษัทได้ทำการศึกษาถึงข้อจำกัดด้านความต้องการ อาทิ ระยะห่างในการตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า ศึกษาการทำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น รวมถึงการขยายเครือข่ายและให้บริการ โดยล่าสุดบริษัทได้มีการทดลองเปิดสถานีชาร์จไฟฟ้า 3 แห่งเพื่อทดลองตลาด โดยปัจจุบันผู้ที่สามารถขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้มี 2 ราย ได้แก่ 1.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ 2.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
จึงต้องจับตาว่า ทิศทางการขยับขยายธุรกิจของ ปตท. ในส่วนธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นธุรกิจศูนย์เปลี่ยนถ่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ รวมถึงสถานีชาร์จไฟฟ้า เหล่านี้จะเป็นไปในทิศทางใด







