
ศูนย์ช่วยเหลือ SMEs
เริ่มคิกออฟแล้วครับ...เช้าที่ 11 ก.ค. กระทรวงอุตสาหกรรมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ SMEs (Rescue Center) ตามบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังจากที่ท่านได้ยินความทุกข์ยากจากปากผู้ประกอบการจำนวนมากด้วยตัวเอง โดยศูนย์นี้ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพซึ่งคาดว่าจะเปิดเป็นทางการได้ภายในเดือน ก.ค.นี้
เริ่มคิกออฟแล้วครับ...เช้าที่ 11 ก.ค. กระทรวงอุตสาหกรรมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ SMEs (Rescue Center) ตามบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายหลังจากที่ท่านได้ยินความทุกข์ยากจากปากผู้ประกอบการจำนวนมากด้วยตัวเอง โดยศูนย์นี้ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพซึ่งคาดว่าจะเปิดเป็นทางการได้ภายในเดือน ก.ค.นี้
หน้าตาศูนย์จะเป็นอย่างไร กระบวนการรับเรื่องราวความทุกข์ของผู้ประกอบการทั้งหลายซึ่งมีมากมายทั่วประเทศจะเป็นเช่นไร...อดใจรอไม่นานครับ ผมประเมินจากประสบการณ์เชื่อว่าน่าจะมีเรื่องร้องทุกข์เข้ามาที่ศูนย์อย่างล้นหลาม เต็มทุกช่องทางที่เปิดรับ โดยมีเรื่องหลักๆ อาทิ เรื่องเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ทั้งขาดเงินทุน กู้เงินยาก หนี้สินติดขัด มีปัญหากับสถาบันการเงิน เรื่องเกี่ยวกับข้อพิพาททั้งหลายทั้งกับเจ้าหนี้และหน่วยงานรัฐ เรื่องเกี่ยวกับการขออนุญาตในการทำธุรกิจ เช่น อย. มอก. ใบอนุญาต สัมปทานต่างๆ เรื่องเกี่ยวกับข้อกฎหมาย คดีความ การบังคับคดี ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด เรื่องเกี่ยวกับการทำมาหากิน และเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะการไม่ได้รับความสะดวกจากหน่วยงานรัฐ
หลายเรื่องน่าจะแก้ไขได้รวดเร็วเพราะทุกหน่วยร่วมบูรณาการกันจริงจัง แต่ก็คงมีหลายเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายซึ่งอาจแก้ไขได้ยาก แก้ได้หรือไม่ได้นั้นก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า ผมเชื่อเหลือเกินว่าอย่างน้อยศูนย์นี้ก็ช่วยให้คนที่กำลังมีทุกข์ได้ระบายเรื่องกลุ้มใจออกไปบ้าง อันนี้เป็นประโยชน์เต็มๆ กับผู้ประกอบการซึ่งขอบอกเลยว่ายังไม่เคยมีรัฐบาลไหนอาสาเปิดศูนย์แบบนี้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเองก็ได้ประโยชน์จากศูนย์นี้ไม่น้อยเหมือนกัน ที่เห็นๆ ก็ 4 เรื่อง หนึ่ง...ได้ข้อมูลซึ่งเป็นข้อเท็จจริงแท้แน่นอน โดยไม่ต้องไปจ้างหน่วยงานหรือสถาบันที่ไหนไปสำรวจให้เสียเวลาและเปลืองงบประมาณ สอง...ข้อมูลดังว่าสามารถคัดกรองแยกย่อยวิเคราะห์และสังเคราะห์ออกมาทำเป็นมาตรการหรือโครงการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเป็นเรื่องๆ เป็นกลุ่มๆ ได้อย่างตรงจุดตรงใจผู้ประกอบการมากที่สุด สาม...หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยที่ถูกร้องเรียนสามารถนำข้อมูลฟีดแบ็กจากผู้ใช้บริการตัวจริงเสียงจริงไปปรับปรุงงานบริการของตัวเองและใช้ทำแผนวิสาหกิจปีหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สี่...อันนี้เป็นประโยชน์สำหรับหัวหน้าคณะรัฐบาลที่จะใช้รายงานสรุปผลของศูนย์นี้ในการประเมินผลและขันนอตหน่วยงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพในการบริการประชาชนเพิ่มขึ้น พูดง่ายๆ ใช้เป็นเคพีไอวัดผลงานระดับหัวขบวนได้เลย
ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ หน่วยงานได้ประโยชน์ รัฐบาลได้ประโยชน์ ที่สุดประเทศชาติก็ได้ประโยชน์ นี่สิเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูง วิน-วินทุกฝ่าย โครงการดีๆ แบบนี้ถ้าต้องใช้งบประมาณมากหน่อยก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการดูแลเอสเอ็มอีนับล้านรายที่กำลังตกทุกข์ได้ยากในเวลานี้
เสร็จจากวันนี้ก็เตรียมตัวรอฟังข่าวดีอีกทีในวันอังคารหน้าหลังประชุม ครม. งานนี้ต้องถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลอีกชิ้นหนึ่ง...ขอขอบคุณแทนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยไซส์เล็กทั่วประเทศที่จะไม่ถูกทอดทิ้งอีกต่อไป







