
สังคมที่เชื่อง่าย ยากจะพัฒนาให้ทันโลก
บทความวันนี้ของผมขออนุญาตนำเอาข้อคิดของเพื่อนผมที่เก่งมากคนหนึ่งของเมืองไทย เขาเป็นคนที่รู้และเข้าใจในเรื่องระบบการชำระเงินดีที่สุดของประเทศ แง่คิดของเขาที่สะท้อนมีความน่าสนใจใคร่ขอนำเสนอดังนี้ครับ
บทความวันนี้ของผมขออนุญาตนำเอาข้อคิดของเพื่อนผมที่เก่งมากคนหนึ่งของเมืองไทย เขาเป็นคนที่รู้และเข้าใจในเรื่องระบบการชำระเงินดีที่สุดของประเทศ แง่คิดของเขาที่สะท้อนมีความน่าสนใจใคร่ขอนำเสนอดังนี้ครับ
...Public Confidence นี่สร้างยาก ทำลายง่าย ถ้าพวกเราอยากให้ประเทศพัฒนาเป็นประเทศที่ก้าวสู่ยุคดิจิทัลจริงๆ เราต้องช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นให้คนในสังคม ไม่ใช่ไปข่มขู่ให้กลัวที่จะใช้เทคโนโลยี...
หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือเอาไปเชื่อมโยงกับการเมืองที่แบ่งขั้วแบ่งฝ่าย อย่างในบทความหนึ่งที่ไปเขียนให้พัวพันกับการที่มีนักการเมืองดังซื้อบริษัทด้าน Computer Security
หากจะบอกว่าประสงค์ให้ความรู้คน ก็ต้องให้ความรู้จริงๆ และให้ข้อมูลให้ถูกต้อง สืบค้นข้อมูลจนเข้าใจจริงก่อนนำเสนอ และไม่ใช่ไปพูดจนถึงขนาดว่าเรื่อง E-payment จะทำให้ประเทศล่มสลาย แบบนี้มันไม่ใช่การให้ความรู้
หากอ้างว่าอยากช่วยปิดจุดอ่อนในการออกแบบระบบก็ควรบอกอย่างกัลยาณมิตรว่า เห็นตรงไหนควรปรับปรุง ติเพื่อก่อ บอกเพื่อให้คิด มีตัวอย่างให้เห็นถมไปในเรื่องดีๆ มันไม่ควรจะไปไขข่าวที่ทำให้ผู้คนวุ่นวาย ทั้งไลน์ ทั้งแชร์กันวุ่นไปทั้งสังคม คนทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเขามีความจริงใจเสมอที่จะรับความหวังดี หากมีข้อเสนอการออกแบบก็มีช่องทางมากมาย เชื่อว่าจะมีเบอร์ติดต่อไปยังคนที่เกี่ยวข้องได้ไม่ยาก สังคมเราจะอยู่กันอย่างไรหากเห็นงูในคลอง เอาไปขยายต่อเป็นมังกรในแม่น้ำ แชร์ต่อไปก็จะกลายเป็นมันมีปีกด้วย ตอนสุดท้ายก็น่าจะประมาณว่าพ่นไฟได้ด้วย สังคมที่ไม่คิดก่อนแชร์ แพร่ความเห็นแบบเอามันส์ ขยันหาเรื่องมันในทุกทางออก...เรามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร
“คนหวังดี กับคนหวังดัง มีพฤติกรรมต่างกันมาก”
ต่างกันตรงที่ต้องการให้ประโยชน์แก่หมู่ชน คนในสังคม หรือฉกฉวยโอกาสหาประโยชน์จากความไม่รู้ของคนจำนวนมาก...แบบว่าเอาให้ป่วนเข้าไว้...สังคมเราจะเดินไปแบบนั้นหรือ ลองคิดลองไตร่ตรองกันครับ







