
ตลาดหุ้นกับตลาดเงิน ภาพขัดแย้งหลัง Brexit
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
ผ่านไปแล้วกว่าสองสัปดาห์สำหรับการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ของชาวอังกฤษที่ได้ตัดสินใจโหวตออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป โดยในช่วงสองสามวันแรกตลาดหุ้นดิ่งลงค่อนข้างแรง สะท้อนถึงความเป็นกังวลของนักลงทุนถึงผลกระทบจาก Brexit ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง แต่หลังจากรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกประสานเสียงกันถึงความพร้อมในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หาก Brexit ส่อแววที่จะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวรีบาวด์กลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว โดยตลาดหุ้นหลายแห่ง (ยกเว้นญี่ปุ่นและยุโรป) สามารถกลับมายืนเหนือระดับก่อนหน้าช่วงวันลงประชามติได้แล้ว
ถ้าดูจากการเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นอย่างเดียว ดูเหมือนจะสรุปได้ว่านักลงทุนคลายความกังวลกับปัญหาเรื่อง Brexit แล้ว และได้ทยอยขนเงินกลับเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง แต่ถ้าวิเคราะห์จากความเคลื่อนไหวของตลาดซื้อขายพันธบัตร ทองคำและอัตราแลกเปลี่ยน กลับเห็นภาพที่แทบจะตรงกันข้ามเลยทีเดียว โดยสินทรัพย์ปลอดภัยต่างๆ ยังคงทำสถิติราคาสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง นำโดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ซึ่งผลตอบแทนร่วงลงต่ำกว่า 1.4% (ราคาเพิ่มขึ้นเมื่อผลตอบแทนลดลง) ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ไม่ต่างจากพันธบัตรประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศอย่างเยอรมนีและญี่ปุ่นที่ให้ผลตอบแทนที่เป็นลบมากขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะที่ราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจก็ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 2 ปี หลังจากเหตุการณ์ Brexit และยังคงเดินหน้าทำสถิติราคาสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ค่าเงินเยนซึ่งนักลงทุนยกให้เป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยและเป็นแหล่งหลบภัยในยามตลาดผันผวน ก็แข็งค่าต่อเนื่องเข้าสู่ระดับก่อนการประกาศมาตรการคิวอีรอบที่สองของธนาคารกลางญี่ปุ่นในช่วงปลายปี 2014
ภาพความขัดแย้งกันระหว่างตลาดหุ้นกับตลาดเงินนี้ ยืนยันถึงความกังวลของนักลงทุนที่ยังไม่คลายตัวลงจากความไม่แน่นอนของผลกระทบจาก Brexit (ความชัดเจนจุดแรกน่าจะเกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีของอังกฤษคนใหม่ และการกำหนดทีมงานและท่าทีสำหรับการเจรจากับ EU) ในช่วงระยะเวลานี้ Private Banker หลายรายยังคงเน้นให้คำแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำเพื่อรักษาเงินต้นไว้ แล้วรอจนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นค่อยกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง







