posttoday
BJCล้มพีพีขายผู้ถือหุ้นเดิมแทน

BJCล้มพีพีขายผู้ถือหุ้นเดิมแทน

09 กรกฎาคม 2559

เบอร์ลี่ฯ เผยนักลงทุนรายใหญ่มีเวลาไม่เพียงพอตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่มทุน เอเซีย พลัสเชียร์ซื้อหุ้น ยันระดม 8.3 หมื่นล้านสำเร็จ

โพสต์ทูเดย์ - เบอร์ลี่ฯ เผยนักลงทุนรายใหญ่มีเวลาไม่เพียงพอตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่มทุน เอเซีย พลัสเชียร์ซื้อหุ้น ยันระดม 8.3 หมื่นล้านสำเร็จ

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริษัท ในวันที่ 7 ก.ค. 2559 มีมติงดการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 800 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (พีพี) ในราคาไม่ต่ำกว่า 40.50 บาท หลังจากได้รับแจ้งจากผู้จัดจำหน่ายว่าจากการสอบถามนักลงทุนเป้าหมายที่มีความประสงค์จะเข้าซื้อหุ้นของบริษัท พบว่ามีข้อจำกัดด้านระยะเวลาเนื่องจากต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการตัดสินใจ

ดังนั้น บริษัทจึงต้องนำไปขายหุ้นดังกล่าวจำนวน 800 ล้านหุ้น และหุ้นที่เหลือจากการจัดสรรรเพิ่มทุนครั้งแรก 7,779,000 หุ้น รวมทั้งหมด 807,779,000 หุ้น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมครั้งที่ 2 อัตรา 2 ต่อ 1 ในราคาหุ้นละ 35 บาท กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นวันที่ 14 ก.ค. 2559 กำหนดวันจองซื้อและชำระเงินวันที่ 29 ก.ค. และ 1-4 ส.ค. 2559 ปัจจุบันบริษัทมีทุนเรียกชำระแล้ว 1,593,282,800 หุ้น

ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2559 กำหนดเงื่อนไขให้เสนอขายหุ้นพีพี จะต้องเป็นราคาที่ให้ส่วนลดไม่เกินกว่า 10% ของราคาปิดที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 28 มิ.ย. 2559 คือราคาไม่ต่ำกว่า 40.50 บาท ทั้งนี้ราคาที่กำหนดขายพีพีใกล้เคียงกับราคาในตลาดหลักทรัพย์จึงอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนรายใหญ่
ไม่สนใจซื้อหุ้นล็อตนี้

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส แนะนำให้ซื้อหุ้น BJC แม้การยกเลิกเพิ่มทุนแบบพีพีเปลี่ยนมาเป็นให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิมแทน รอบ 2 ระยะสั้นอาจเป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อความมั่นใจ แต่เชื่อยังสามารถเพิ่มทุนได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งสิ้น 8.3 หมื่นล้านบาททั้ง 2 รอบ สนับสนุนแนวโน้มกําไรโดดเด่นที่สุดในกลุ่มปี 2560 

“หากราคาหุ้นวันที่ 8 ก.ค. อ่อนตัวเป็นโอกาสซื้อ ก่อนขึ้นเครื่องหมาย XR ให้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน วันที่ 11 ก.ค.” บล.เอเซีย พลัส ระบุ

ทั้งนี้ ราคาหุ้น BJC อ่อนตัวลงแรง 1.25 บาท หรือ 3.05% ปิดที่ 39.75 บาท

ด้านการดำเนินงานของ BJC บล.เอเซีย พลัส ยังคงประมาณการกำไรเดิม แม้ว่าการเพิ่มทุนจะล่าช้ากว่าแผนเดิมราว 1 เดือน จะมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นประมาณ 256 ล้านบาท หรือ 8% ของกำไรปีนี้ก็ตาม เนื่องจากประเมินกำไรอย่างอนุรักษนิยมแล้วบวกโอกาสบันทึกกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากค่าเงินยูโรอ่อนมาก ปัจจุบันบริษัทมีหนี้สกุลยูโรประมาณ 3,200 ล้านบาท อัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 21 มี.ค. อยู่ที่ 39.30 บาทเทียบกับปัจจุบันที่ 38.9 บาท (ทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่ามีผลต่อกำไรประมาณ 35% บนสมมติฐานว่ามีการซื้อป้องกันความเสี่ยง 50%)

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ทิศทางกําไรรายไตรมาส คาดจุดต่ำสุดอยู่ในงวดไตรมาส 2/2559 และเพิ่มเป็นขั้นบันไดถึงไตรมาส 4 และจะเพิ่มโดดเด่นในปี 2560 ถึง 119% จากการรวมงบการเงินของบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) เต็มปีและดอกเบี้ยที่ลดลง

ปัจจุบัน BJC มีบริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น ถือหุ้นใหญ่ที่สุด จำนวน 1,175,584,220 หุ้น คิดเป็น 73.83% คาดจะใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า