posttoday
กนง.จับตากำลังซื้อ ไทย-เทศ ไม่เสถียร

กนง.จับตากำลังซื้อ ไทย-เทศ ไม่เสถียร

07 กรกฎาคม 2559

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2559 ยังคงจับตากำลังซื้อในประเทศว่า อาจเพิ่มแค่ชั่วคราวและไม่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว เพราะการใช้จ่ายที่สูงขึ้นเกิดจากการเดินทางไปเที่ยวในต่างประเทศ ขณะที่สินเชื่อยังมีอัตราการเติบโตต่ำจากความต้องการกู้ที่น้อยลง แต่หนี้เสียขยับสูงขึ้น 

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2559 ยังคงจับตากำลังซื้อในประเทศว่า อาจเพิ่มแค่ชั่วคราวและไม่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว เพราะการใช้จ่ายที่สูงขึ้นเกิดจากการเดินทางไปเที่ยวในต่างประเทศ ขณะที่สินเชื่อยังมีอัตราการเติบโตต่ำจากความต้องการกู้ที่น้อยลง แต่หนี้เสียขยับสูงขึ้น 

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่รายงานการประชุมฉบับย่อของ กนง.ว่า ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ยังขยายตัวได้จากการใช้จ่ายภาครัฐ และภาคการท่องเที่ยว ส่วนกำลังซื้อในประเทศดีขึ้น จากรายได้และการจ้างงานในภาคบริการ ส่วนรายได้ภาคเกษตรปรับดีขึ้นตามราคาสินค้าเกษตรอาทิ ยางพาราที่ปรับดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม กนง.ส่วนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า การใช้จ่ายที่สูงขึ้นอยู่ในหมวดการบันเทิงและนันทนาการ ที่อาจไม่ได้มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการใช้จ่ายส่วนหนึ่งในหมวดนี้สะท้อนการใช้จ่ายของคนไทยเพื่อท่องเที่ยวในต่างประเทศ จึงอาจไม่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว ดังนั้น กนง.จึงยังต้องติดตามประเมินความเข้มแข็งของการบริโภคภาคเอกชนต่อไป

ด้านการขยายตัวของสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ตามความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับต่ำ เทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต อัตราการใช้วงเงินสินเชื่อที่ลดลง สะท้อนว่าการชะลอตัวของสินเชื่ออาจมาจากความต้องการสินเชื่อที่ลดลงเป็นหลัก ขณะเดียวกันคุณภาพสินเชื่อเริ่มด้อยลง เห็นได้จากการชำระหนี้ของเอสเอ็มอีและครัวเรือน ในกลุ่มลูกค้าสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคมีแนวโน้มด้อยลง สะท้อนจากสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับภาวะเศรษฐกิจคู่ค้าของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมินไว้ แม้เศรษฐกิจกลุ่มประเทศ จี3 มีสัญญาณฟื้นตัว แต่ไม่แข็งแกร่งพอที่จะชดเชยผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีต่อภาคการส่งออกของเศรษฐกิจเอเชีย ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าโลก อาทิ การปรับลดการนำเข้าสินค้าจากภูมิภาคเอเชียลง การสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงบางประเภทให้กับจีน ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกของเศรษฐกิจเอเชียไม่รวมจีนชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง บั่นทอนการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในระยะต่อไป

ในรอบนี้ กนง.จึงได้ปรับลดคาดการณ์การส่งออกปีนี้ จากติดลบ 2% เพิ่มเป็นติดลบ 2.5%

ส่วนอัตราขยายเศรษฐกิจไทยในปีนี้ กนง.ยังประมาณการเดิมที่ 3.1% แต่มีความเสี่ยงด้านต่ำมากกว่าความเสี่ยงด้านสูง โดยเศรษฐกิจอาจขยายตัวต่ำกว่ากรณีฐานเนื่องจาก (1) เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าขยายตัวชะลอกว่าที่คาดโดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่มีความเสี่ยงในภาคการเงิน (2) ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ยังเปราะบางอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายภาคเอกชน และ (3) ปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองอาจส่งผลให้การใช้จ่ายภาครัฐและภาคท่องเที่ยวต่ำกว่าคาด ในทางตรงกันข้ามโอกาสที่เศรษฐกิจจะขยายตัวสูงกว่ากรณีฐานมาจาก (1) การใช้จ่ายภาครัฐโดยเฉพาะโครงการลงทุนที่อาจทำได้เร็วและมากกว่าคาด รวมถึงผลของมาตรการภาครัฐที่อาจสูงกว่าที่คาด และ (2) จำนวนนักท่องเที่ยวที่อาจมากกว่าคาด

นอกจากนี้ ความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงเบ้ไปด้านต่ำ จากปัจจัยที่ กนง.ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ (1) เสถียรภาพของภาคการเงินจีน โดยประเมินว่าภาวะการเงินของจีนอาจตึงตัวขึ้นในระยะต่อไป ตามความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ของภาคเอกชนที่ปรับสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนและความสามารถในการระดมทุนของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ การระดมทุนผ่านช่องทางที่อยู่นอกระบบธนาคาร อาทิ บริษัทหลักทรัพย์และบริษัทย่อยของบริษัทจัดการกองทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้จะลดทอนความตึงตัวของภาวะการเงินระยะสั้นลงบ้าง แต่ก็ทำให้ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพภาคการเงินจีนในระยะข้างหน้าสูงขึ้น (2) ผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงินโลกจากเบร็กซิต แต่ กนง.คาดว่า ผลกระทบจากเบร็กซิตต่อเศรษฐกิจเอเชียและไทยคงมีจำกัด เพราะการค้าโดยตรงมีไม่มาก

ทั้งนี้ ปีหน้า กนง.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวลดลงบ้าง จากเดิมที่ประเมินไว้ 3.3% เหลือ 3.2% จากการส่งออกที่ชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจคู่ค้า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ