posttoday
อิตาลีออกจากยูโร ที่ไม่เกี่ยวกับผลบอล

อิตาลีออกจากยูโร ที่ไม่เกี่ยวกับผลบอล

07 กรกฎาคม 2559

โดย...ดร.สมชัย อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บลจ.กรุงไทย

โดย...ดร.สมชัย อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บลจ.กรุงไทย

พอดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเห็นหัวข้อข่าว “Italy exits euros” แล้วตกใจ อ่านไปอ่านมาก็ร้อง อ๋อ ที่แท้หมายถึงอิตาลีดวลจุดโทษแพ้เยอรมนีตกรอบ “ยูโร 2016” ไม่ใช่ว่าอิตาลีจะออกจากกลุ่มยูโรโซนแต่อย่างใด แต่ที่ตกใจก็เพราะว่าหัวข้อข่าวนั้นไปกระตุ้นต่อมความ “กลัว” ของเรา หลังเกิดเหตุการณ์ Brexit แล้ว ก็เกรงว่าจะเกิดอาการ “ลาม” ของการไม่เอา EU หรือการรวมกลุ่มเป็นยูโรโซน ไปยังประเทศอื่นๆ ดังนั้น ในที่นี้ผมขอมาพูดเกี่ยวกับอิตาลี ที่กำลังจะมีการลงประชามติไม่เกินเดือน ต.ค.นี้

การลงประชามติในอิตาลี ไม่เหมือนการลงประชามติของสหราชอาณาจักร (UK) ไม่ใช่การออกเสียงว่าจะอยู่ต่อหรือออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) แต่เป็นการรับหรือไม่รับการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ถ้าดูเผินๆ ก็ไม่น่ากังวลเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกภาพยูโรโซนของอิตาลี

ที่มาที่ไปของการลงประชามติของอิตาลีครั้งนี้ คือ อิตาลีมีระบบ 2 สภา แต่สองสภามีอำนาจเท่าๆ กัน กฎหมายที่จะออกมาต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองสภา ทำให้บ่อยครั้งที่กฎหมายสำคัญๆ ถูกเตะถ่วงโยนไปโยนมาระหว่างสองสภาไม่มีสิ้นสุด แต่ในการลงคะแนนไม่ไว้วางใจนายกฯ นั้น กลับใช้เสียงแค่สภาใดสภาหนึ่งก็พอ จึงกลายเป็นเครื่องมือช่วงชิงอำนาจทางการเมือง การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะปรับประเด็นสำคัญๆ เหล่านี้ ซึ่งน่าจะช่วยทำให้การเมืองของอิตาลีมีเสถียรภาพมากขึ้น (แต่ก็มีการต่อต้านว่าเป็นการรวบอำนาจ) และก็ไม่เกี่ยวกับเอาหรือไม่เอา EU/ยูโรโซน

อีกทั้ง ผู้นำประเทศอื่นคงเห็นอังกฤษเป็นตัวอย่าง คงไม่ได้อยู่ดีๆ ลุกขึ้นมา “เดิมพัน” เปิดให้มีการลงประชามติเสียเอง หลังจาก Brexit ผ่านไป ความเสี่ยงทางการเมืองในยุโรปเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงประชามติ หรือการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ก็อาจเสมือนเป็นการลงประชามติเอาหรือไม่เอา EU/ยูโรโซน ไปโดยพฤตินัย

ความเสี่ยงของการลงประชามติอยู่ที่ มัตเตโอ เรนซี นายกรัฐมนตรี ดันไป “เดิมพัน” โดยประกาศว่าจะลาออกหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน ซึ่งผลโพลล่าสุด (3 ก.ค.) ถ้านับเฉพาะผู้ที่ตอบว่าเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย ชี้ว่าเสียงที่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอยู่ที่ 48% และไม่เห็นด้วยอยู่ที่ 52% แต่ยังมีผู้ตอบว่ายังไม่ตัดสินใจอยู่สูงถึง 30-40% จึงยังมีความไม่แน่นอนสูง

แต่ถ้าเกิดว่าทำประชามติแล้วไม่ผ่าน และนายกฯ ลาออกจริง ก็อาจเปิดทางให้มีการเลือกตั้งขึ้นใหม่ และมีโอกาสที่พรรคที่ไม่เอาการรวมกลุ่มใช้เงินสกุลยูโร อย่างเช่น พรรค Movimento 5 Stelle (Five-Star Movement, M5S) เข้ามา อันเป็นการปูทางไปสู่การลงประชามติเกี่ยวกับยูโรโซนในที่สุด ถ้านับคะแนนความนิยมในปัจจุบัน พรรค Partito Democratico (Democratic Pary, PD) ของนายกฯ เรนซี ยังได้รับคะแนนนิยมมากสุด ประมาณ 30%  แต่ก็ลดลงมากจากที่เคยได้ 42-43% เมื่อ 2 ปีก่อน และปัจจุบันก็สูสีอย่างมากกับพรรค M5S ซึ่งมีคะแนนนิยมประมาณ 30% ทั้งที่มีที่นั่งในสภาล่างของอิตาลี 14% นับว่า M5S ซึ่งจุดกระแสไม่เอายูโรโซน (แต่ยังอยู่ใน EU ต่อไป) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นรวดเร็วในช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมา

ความไม่แน่นอนยังมีอยู่อีกมาก การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะผ่านประชามติทำให้ไม่ต้องกลัวว่าอิตาลีจะ “Exit” หรือหากมีการเลือกตั้งใหม่ พรรค M5S อาจไม่ชนะการเลือกตั้ง หรือหากชนะและเปิดให้ลงประชามติ ผลก็อาจออกมาว่าอยากจะอยู่ในยูโรโซนต่อไปก็ได้ ดังนั้น โอกาสที่อิตาลีจะออกจากยูโรโซนยังมีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย

หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของอิตาลีในยูโรโซน ซึ่งจะกดดันเศรษฐกิจอิตาลี และสร้างกระแส การไม่เอายูโรให้มีน้ำหนักมากขึ้นด้วย

แต่ก่อนจะถึงการลงประชามติอิตาลีในเดือน ต.ค. เรามองว่าธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกน่าจะมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับผลกระทบจากผลการโหวต Brexit สภาพคล่องใหม่ที่จะเข้ามานี้ น่าจะพอผลักดันสินทรัพย์เสี่ยงให้ปรับตัวดีขึ้น จึงน่าจะเป็นเวลา 2-3 เดือนที่ยังน่าจะดีอยู่ หลังจากนั้นก็รอไปลุ้นผลการลงประชามติของอิตาลีอีกที แล้วก็อย่าลืมการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันที่ 8 พ.ย.นี้, การเลือกตั้งนายกฯ เนเธอร์แลนด์ ไตรมาสแรกปีหน้า รวมไปถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในช่วงไตรมาส 2 ปีหน้า ซึ่งกระแสการไม่เอายูโรนับรุนแรงมาก
ทีเดียวทั้งในเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศส ไว้จะมาเล่าให้ฟังนะครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ