posttoday
ซาบีน่าติดปีกลุยอาเซียนรับอาฟตา

ซาบีน่าติดปีกลุยอาเซียนรับอาฟตา

13 สิงหาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — ซาบีน่า ปรับตัวลุยตลาดชุดชั้นในอาเซียนรับอาฟตา นำร่องมาเลย์ประเทศแรก หวัง 3 ปี รายได้ต่างประเทศแตะ 100 ล้านใน 3 ปี พร้อมโฟกัสผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเองมากขึ้นตั้งเป้าลดโออีเอ็มเหลือ 20%

นายอมรเทพ อสีปัญญา ผู้อำนวยการสายงานขาย และการตลาดในประเทศ บริษัท ซาบีน่า ผู้ผลิตและทำตลาดชุดชั้นใน ซาบีน่า เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารุกทำตลาดแบรนด์ซาบีน่าในต่างประเทศอย่างจริงจังมากขึ้น จากก่อนหน้ามีผู้สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายนำสินค้าไปกระจายในประเทศของตนเอง โดยกำลังพิจารณาจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในประเทศมาเลเซีย รวมทั้งลงทุนเปิดร้านในประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรก จากปัจจุบันมีจุดขายของตัวแทนจำหน่ายแห่งเดียวในฮานอย

ทั้งนี้ บริษัทเห็นโอกาสหลังการเปิดการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ทำให้อัตราภาษีเหลือ 0% จึงมุ่งขยายตลาดในอาเซียนมากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีจุดขายที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ 1415 แห่ง พม่า 10 แห่ง กัมพูชาและเวียดนาม ประเทศละ 1 แห่ง

นอกจากนี้ แบรนด์ซาบีน่ายังมีโอกาสขยายตลาดได้มากกว่าแบรนด์อื่นที่ส่วนใหญ่จะมีการทำไลเซนส์ไว้หมดแล้ว ดังนั้นจากนี้ไปบริษัทจะมองหาโอกาสเพื่อลงทุนขยายช็อปเพิ่มในประเทศที่มีศักยภาพ โดยคาดว่ารายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท ภายใน 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบัน 3040 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตจากโรงงานทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย พุทธมณฑล สาย 5 ท่าพระ ยโสธร และชัยนาท รวม 1 ล้านชิ้นต่อเดือน และไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ต้องเพิ่มเวลาทำงานของพนักงานหลายชั่วโมง รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับการผลิตแบรนด์ซาบีน่ามากขึ้น พร้อมลดปริมาณสินค้ารับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 30% ให้เหลือ 20% ในช่วง 23 ปีจากนี้ จากปัจจุบันมีรายได้จากโออีเอ็มปีละ 600 ล้านบาท

โดยจะขึ้นราคาค่าผลิตและเลือกผลิตให้เฉพาะสินค้าในกลุ่มพรีเมี่ยมที่เน้นการออกแบบและดีไซน์ของสินค้ามากกว่าการผลิตจำนวนมาก ส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าจะเป็นแบรนด์ทางยุโรป สร้างรายได้ให้บริษัทปีละประมาณ 600 ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรก มียอดขายเติบโต 25% ต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย จากความไม่สงบทางการเมือง ทำให้จุดขายหลัก 4 แห่ง ต้องปิดบริการ ได้แก่ สาขาเอ็มบีเค สยามพารากอน ราชประสงค์ และเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ทำรายได้ราวเดือนละ 56 ล้านบาท ส่วนในครึ่งปีหลังคาดยอดขายจะเพิ่มมากขึ้น หลังความวุ่นวายทางการเมืองจบลง

ประกอบกับบริษัทได้ออกคอลเลกชั่นใหม่ กอสซิป บรา ทำตลาดเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนมิถุนายน และเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดี สร้างรายได้แล้วกว่า 10 ล้านบาท เพราะเป็นการเปิดเซ็กเม้นต์ใหม่ของตลาดชุดชั้นใน ที่เป็นแบบเต็มตัว สามารถใส่แทนเสื้อได้ เพื่อเจาะกลุ่มผู้หญิงทำงานรุ่นใหม่ที่ชอบแต่งตัว มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,000 1,700 บาท สูงกว่าคอลเลกชั่นอื่นที่มีราคาเฉลี่ยเริ่มต้น 500 บาท

พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมออกคอลเลกชันใหม่ทำตลาดต่อเนื่อง เน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ให้ตลาด และการใช้งานของลูกค้า ส่วนการแข่งขันในตลาดถือว่ายังอยู่ในระดับรุนแรง ทั้งการออกสินค้าใหม่มาทำตลาด และการจัดรายการโปรโมชันลดราคาที่แรงขึ้น โดยเฉพาะการลดราคา 2030% จากเดิมลดราคาเฉลี่ย 10% โดยบริษัทวางงบตลาดปีนี้ไว้ราว 50 ล้านบาท เพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโต 27% หรือมียอดขายรวม 1,400 ล้านบาท เพิ่มจาก 1,100 ล้านบาทในปีก่อน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล