
ค่าเงินบาทกับตลาดหุ้นไทย
ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส
ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส
นับตั้งแต่การปล่อยลอยตัวค่าเงินบาทในปี 1997 ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวไปตามกลไกตลาดมากขึ้น โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างรุนแรงจาก 25 บาท/เหรียญสหรัฐ ไปเป็น 47 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 88% ในปลายปี 1997 พร้อมกับ SET Index ที่ปรับตัวจากระดับประมาณ 832 จุด ลงมาที่ระดับ 373 จุด หรือลดลง 55% ในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากนั้นเงินบาทได้ค่อยๆ แข็งค่าขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึง SET Index ที่ค่อยๆ ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 482 จุด ในปลายปี 1999 หรือคิดเป็นการปรับตัวขึ้น 29% ในขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 37.5 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้น 20%
หากเรามองย้อนกลับไปดูดัชนีตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา จะเห็นว่าค่าเงินบาทและ SET Index มีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างสัมพันธ์กัน โดยช่วงต้นปี 2000 SET Index อยู่ที่ระดับ 482 จุด และค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 37.5 บาท/เหรียญสหรัฐ ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะซบเซาเป็นเวลา 2 ปี โดย SET Index ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 304 จุด หรือลดลง 37% ในปลายปี 2001 ค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 44.2 บาท/เหรียญสหรัฐ หรืออ่อนค่าลง 18%
หลังจากปี 2001 เป็นต้นมา SET Index ก็อยู่ในภาวะขาขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงก่อนเกิดวิกฤตซับไพรม์ในปี 2007 โดยดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้นจาก 304 จุด มาอยู่ที่ 858 จุด ในปลายปี 2007 หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 182% พร้อมๆ กับการแข็งตัวของค่าเงินบาทมาอยู่ที่ 33.7 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้น 24%
ในช่วงวิกฤตซับไพรม์ดัชนี SET Index ลดลงอย่างรุนแรงอีกครั้งมาอยู่ที่ประมาณ 450 จุด ภายในเวลาเพียง 1 ปี หรือลดลง 48% เงินบาทก็อ่อนค่าอย่างรวดเร็วไปอยู่ที่ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ หรืออ่อนค่าลง 4%
เมื่อผ่านพ้นช่วงภาวะวิกฤต เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ดัชนี SET Index ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปีจาก 450 จุด มาอยู่ที่ 1,649 จุด ในเดือน พ.ค. 2013 หรือปรับตัวขึ้น 266% แน่นอนว่าค่าเงินบาทไทยก็แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 30 บาท/เหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้น 14%
หลังจากนั้นประเทศไทยเข้าสู่ภาวะเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ทำให้ดัชนี SET Index อยู่ในภาวะ Sideway และผันผวนมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยดัชนีปรับลดตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 1,424 จุด ในเดือน พ.ค. 2016 หรือปรับตัวลดลง 14% และเช่นกัน เงินบาทมีการอ่อนตัวมาอยู่ที่ประมาณ 35.7 บาท/เหรียญสหรัฐ หรืออ่อนค่าลง 19%
จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีความสัมพันธ์กับค่าเงินบาท โดยมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ เมื่อ SET Index ปรับตัวขึ้น เงินบาทมีแนวโน้มที่จะแข็งค่า และเมื่อดัชนี SET Index ปรับตัวลง เงินบาทมีแนวโน้มจะอ่อนค่า
นอกจากนี้ Ramasamy and Yeung (2005) ได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนและผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มประเทศ Emerging Markets รวมถึงประเทศไทยระหว่างปี 1997-2000 ผลการศึกษาโดยใช้ข้อมูลของประเทศไทยพบว่า ในช่วงปี 1997-2000 การเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (Causality) สอดคล้องกับข้อสังเกตที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้
เมื่อมองไปข้างหน้าตั้งแต่ปี 2016 อีกอย่างน้อย 3 ปี กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี คาดการณ์ว่าในปี 2018 กำไรรวมของบริษัทจดทะเบียนจะอยู่ที่ระดับมากกว่า 9 แสนล้านบาท ดังนั้น SET Index ก็มีแนวโน้มที่จะทำจุดสูงสุดใหม่เช่นเดียวกัน และมีแนวโน้มสูงที่ดัชนี SET index จะทะยานขึ้นทดสอบระดับ 1,700-1,900 จุดได้ ในขณะเดียวกันเราอาจจะได้เห็นค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 28-30 บาท/เหรียญสหรัฐ อีกครั้งในอีก 2 ปีข้างหน้า







