
ภูฏานไทยแลนด์
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
การสร้างจุดแข็งมาเป็นจุดขายให้เป็นเมือง Slow life City โดยอาศัยความผูกพันของผู้คนกับพื้นที่เป็นตัวกำหนดยุทธศาสตร์จังหวัด ให้สามารถเติบโตภายใต้คอนเซ็ปต์ของเมืองแห่งความพอเพียง จนกลายเป็นภูฏานแห่งไทยแลนด์
ก่อนจะกล่าวถึงแม่ฮ่องสอน ต้องกล่าวถึงภูฏาน (Bhutan) ที่เป็นประเทศขนาดเล็กอยู่ในทวีปเอเชีย ไม่มีทางออกทะเล ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย มีพรมแดนติดกับทิเบต และอินเดีย ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา ถูกปิดล้อมด้วยธรรมชาติและอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน เพราะถูกขนาบด้วยจีนและอินเดีย แต่ภูฏานสามารถดำรงความเป็นประเทศอิสระมาโดยตลอด แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเพียง 5,000-7,000 คนที่เดินทางไปภูฏานได้ เนื่องจากที่ตั้งของประเทศยากแก่การเข้าถึง ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในประเทศของตนมากเกินไป
เสน่ห์ของภูฏาน คือ ธรรมชาติอันสวยงามของเทือกเขาหิมาลัย และชีวิตเรียบง่ายสงบสุขของชาวภูฏาน ชีวิตสังคมเกษตรกรรมที่ยังดำรงชีวิตตามวิถีทางพุทธศาสนานิกายมหายาน และคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาช้านาน ส่วนหนึ่งมาจากพระราโชบายอันชาญฉลาดของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ปัจจุบันที่ทรงต้องการให้ชาวภูฏานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของภูฏานเอาไว้ แม้ว่าจะเปิดประเทศรับการท่องเที่ยว แต่การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวทำให้รักษาเอกลักษณ์ของชาติเอาไว้ได้
เปรียบได้กับ จ.แม่ฮ่องสอน ของไทย ที่ความเจริญเติบโตของจังหวัดเหมือนกับภูฏาน ทั้งในด้านภูมิประเทศที่เป็นเมืองหุบเขา มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น มีความสงบเสงี่ยมในวิถีแบบชาวไทยใหญ่ มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นและอนุรักษ์รักษาไว้อย่างเหนียวแน่นเพราะวิสัยทัศน์ของผู้นำบ้านเมือง
ผู้เขียนอยากให้แม่ฮ่องสอนดำรงไว้ซึ่งความเป็นเมืองแห่งความรู้จักพอ โดยอาศัยต้นแบบจากสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย นัมเกล วังชุก ที่ทรงนำต้นแบบมาจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความสุขให้คนอยู่บนพื้นฐานของความพอดี อยากเห็นความเจริญทางจิตใจของชาวแม่ฮ่องสอนเหมือนกับภูฏานที่มีดัชนีชี้วัดความสุขของผู้คนด้วยการนิยามความเจริญก้าวหน้าแบบองค์รวม จนกลายเป็นผู้นำในการเผยแพร่แนวคิดเรื่อง “ความสุขมวลรวมประชาชาติ” โดยใช้ดัชนีชี้วัดจากการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขของชาวภูฏานเป็นดัชนีชี้วัด ทำให้ภูฏานมุ่งรักษาวัฒนธรรมและค่านิยมทางพุทธศาสนาไว้ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ จึงหวังไว้เล็กๆ ว่า จ.แม่ฮ่องสอน จะมีแนวคิดเช่นนี้เหมือนกัน







