
รุกเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ตลาดพรินเตอร์คอนซูเมอร์ หรือเครื่องพิมพ์ ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. จะชะลอตัวจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจกระทบกำลังซื้อโดยรวมของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดรวมเครื่องพิมพ์ในช่วงดังกล่าวอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยรรยงค์ มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวบริษัทจึงได้โฟกัสในกลุ่มพรินเตอร์อุตสาหกรรมมากขึ้น เพราะยังมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องพิมพ์สำหรับมืออาชีพ ซึ่งช่วงที่ผ่านมามีอัตราเติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตสูงสุด
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสัดส่วนระหว่างเครื่องพิมพ์กลุ่มอุตสาหกรรม และเครื่องพิมพ์กลุ่มคอนซูเมอร์ ในปีนี้จะอยู่ที่ 60% ต่อ 40% ตามลำดับ จากปีก่อนอยู่ที่ 40% ต่อ 60% ตามลำดับ
นอกจากนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวเครื่องพิมพ์หน้ากว้างรุ่นใหม่ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม มีสัดส่วนรายได้ราว 10% ของบริษัท ถือว่าไม่สูง แต่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโต
ขณะที่ภาพรวมตลาดเครื่องพิมพ์ในปีนี้จะมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 15% โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโตอยู่ที่ 10-15% เช่นเดียวกับตลาด
“เอปสันได้เห็นแนวโน้มดังกล่าวมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว จึงทำให้เปลี่ยนแผนธุรกิจมาจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่ยังมีความจำเป็นในการใช้งาน ไม่เหมือนกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นคอนซูเมอร์ เมื่อมีสมาร์ทดีไวซ์เข้ามามากขึ้น ปริมาณการพิมพ์ก็จะลดลงประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้กำลังซื้อในกลุ่มคอนซูเมอร์ทรงตัว”
ยรรยงค์ กล่าวว่า เหตุผลที่เครื่องพิมพ์หน้ากว้างเติบโตในตลาดได้ในปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากการเพิ่มระยะเวลารับประกันสินค้าเป็น 2 ปี พร้อมกับลดราคาน้ำหมึกแท้ประเภท Dye Sublimation สำหรับธุรกิจสิ่งทอที่ลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 55% และธุรกิจป้ายโฆษณาถึง 70% ทำให้พรินเตอร์ของเอปสันได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นจากทั้งสองตลาด พร้อมทั้งได้วางงบประมาณในการเปิดตัวไว้ที่ 30 ล้านบาท







