กกร.หั่นเป้าส่งออกติดลบ2%
กกร.หั่นเป้าส่งออกติดลบ 2% ยังคงเป้าจีดีพี 3-3.5% น้ำมันนิ่ง รายได้ท่องเที่ยวเพิ่มต่อเนื่อง เดินหน้าศึกษาทวิภาคีไทย-สหรัฐ เชื่อเทียร์ 2 หนุนภาพลักษณ์ไทย
กกร.หั่นเป้าส่งออกติดลบ 2% ยังคงเป้าจีดีพี 3-3.5% น้ำมันนิ่ง รายได้ท่องเที่ยวเพิ่มต่อเนื่อง เดินหน้าศึกษาทวิภาคีไทย-สหรัฐ เชื่อเทียร์ 2 หนุนภาพลักษณ์ไทย
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุม กกร.มีมติปรับลดประมาณการมูลค่าส่งออกในปี 2559 เป็นติดลบ 2-0% จากเดิมที่ประเมินไว้ 0-2% เนื่องจากในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2559 การส่งออกหดตัวกว่า 1.9%
ขณะเดียวกัน กกร.ยังคงเป้าจีดีพี ทั้งปีขยายตัวอยู่ที่ 3-3.5% เพราะการ ใช้จ่ายในประเทศเริ่มมีสัญญาณการ ฟื้นตัว โดยปัจจัยที่จะทำให้จีดีพียังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง คือราคาน้ำมันที่เริ่มมีเสถียรภาพ การท่องเที่ยวที่ยังสร้างรายได้ให้ประเทศเป็นจำนวนมาก การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐเป็นไปตามเป้าหมาย หนี้สินครัวเรือนเริ่มลดลง ทำให้ผู้บริโภคเริ่มใช้จ่ายสูงขึ้น เป็นต้น
"เมื่อประเมินตัวเลข 7 เดือน ที่เหลืออยู่ พบว่า หากการส่งออกของไทยขยายตัวก็จะไม่ได้ทำให้สถานการณ์การส่งออกของไทยเป็นบวกตามที่ประเมินไว้แต่แรก ขณะที่การลงประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ทำให้ กกร.ปรับประมาณการครั้งนี้" นายเจน กล่าว
พร้อมกันนี้ กกร.ยังมีมติให้ความเห็นชอบในการศึกษาความเป็นไปได้ ผลได้ผลเสียในการเจรจาการค้าเสรีระบบทวิภาคีกับประเทศสหราชอาณาจักร ภายใต้บริบทที่ประเทศสหราชอาณาจักรจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งจะเน้นภาคบริการและวิศวกรรมที่จะทำให้เศรษฐกิจระหว่าง 2 ประเทศขยายตัว รวมทั้งกรณีที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้รับระดับรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยขึ้นเป็นระดับ 2 บัญชีที่ต้องจับตามอง (เทียร์ 2) เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของสินค้าไทยโดยรวม
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นที่นักลงทุนไทยและต่างประเทศมีความกังวล คือการคำนวณภาษีของกรมสรรพากรและบีโอไอที่ต่างกันส่งผลให้เกิดปัญหาในการชาระภาษี และการจ่ายเงินปันผลของนักลงทุน ซึ่งเรื่องนี้หอการค้าญี่ปุ่น (เจซีซี) และองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) อยากให้รัฐบาลสรุปเรื่องดังกล่าวให้เรียบร้อยภายในวันที่ 1 ส.ค. ว่านักลงทุนต้องยึดถือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานใด เพราะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน กกร. จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างความชัดเจนให้นักลงทุน
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธาน กกร. กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงมากขึ้นหลังจากผลการลงประชามติของสหราชอาณาจักรสนับสนุนการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) เพราะความ ไม่แน่นอนในรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและอียู จึงต้องติดตามความ คืบหน้าจากประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด







