
แบงก์แห่บูมที่ปรึกษาลงทุน
ไทยพาณิชย์ชี้ ธปท.ผ่อนเกณฑ์บุคคลทั่วไปลงทุนต่างประเทศ สร้างความคุ้นเคยวางแผนการเงิน หนุนธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน
ไทยพาณิชย์ชี้ ธปท.ผ่อนเกณฑ์บุคคลทั่วไปลงทุนต่างประเทศ สร้างความคุ้นเคยวางแผนการเงิน หนุนธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน
น.ส.ลลิตภัทร ธรณวิกรัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายลูกค้าธนบดีธนกิจ (ไพรเวทแบงก์กิ้ง) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายหลักเกณฑ์การให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ 100 ล้านบาทขึ้นไป สามารถส่งเงินออกไปลงทุนต่างประเทศได้ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ/ราย/ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.นี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน ตรงกันข้ามกลับส่งผลในเชิงบวก เนื่องจากทำให้ลูกค้าเรียนรู้ลงทุนและความเสี่ยงที่ซับซ้อน รวมทั้งรายละเอียดการลงทุนเช่นการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ซึ่งบริหารจัดการยากและจะเลือกให้ผู้เชี่ยวชาญบริหารจัดการแทน
ทั้งนี้ มองว่าทิศทางธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในไทย จากเดิมบริการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นบริการสำหรับลูกค้าเศรษฐี แต่ต่อไปการลงทุนและวางแผนการเงินจะเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนมากขึ้นจากหลายปัจจัย อาทิ การที่ ธปท.ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การลงทุน การผลักดันให้ประชาชนมีความรู้ทางการเงิน การลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากลง และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ระดับต่ำ เป็นผลให้ประชาชนเรียนรู้และปรับตัวมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากและชนะเงินเฟ้อ
สำหรับการลงทุนในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและตลาดผันผวน ได้ปรับน้ำหนักลงทุนเน้นตลาดสหรัฐตลาดเอเชีย และไทย ซึ่งได้อานิสงส์จากที่คาดการณ์ว่าสหรัฐจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ พร้อมระมัดระวังตลาดสหภาพยุโรป (อียู) และสหราชอาณาจักร (ยูเค) ซึ่งมีความผันผวนจากกรณีเบร็กซิต รูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม คือ กองทุนผสม โดยมีกองทุนผลตอบแทนคงที่ (ฟิกซ์ อินคัม ฟันด์) เช่น หุ้นกู้ เป็นสัดส่วนใหญ่ และเพิ่มสัดส่วนหุ้นมากขึ้น ตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 4-6% ในปีนี้
น.ส.ลลิตภัทร กล่าวว่า กลยุทธ์ลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้งเน้นให้บริการที่ดี มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สร้างผลตอบแทนได้ตามที่ลูกค้าคาดหวัง ที่ผ่านมาธนาคารสร้างความมั่งคั่งให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% ต่อปี ปัจจุบันลูกค้าไพรเวทแบงก์กิ้งที่มีสินทรัพย์ 50 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวนกว่า 7,000 ครอบครัว และลูกค้าเอสซีบีเฟิสต์ ที่มีสินทรัพย์ 10-50 ล้านบาท กว่า 3 หมื่นราย เอยูเอ็มรวมกว่า 8 แสนล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าเอยูเอ็มเติบโต 15-20% พร้อมยกระดับลูกค้าเอสซีบีเฟิสต์เป็นไพรเวทแบงก์กิ้ง ในแต่ละปีมีไม่น้อยกว่า 10%
น.ส.ฟู มีฮา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถาบันบริหารจัดการความมั่งคั่ง (Wealth Management Institute : WMI) กล่าวว่า ผลการสำรวจความมั่งคั่งในปี 2558 พบว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตของกลุ่มไฮเน็ตเวิร์ธถึง 9.9% มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 4% และความมั่งคั่งในเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในอีก 5 ปีข้างหน้า จากการเติบโตของเศรษฐกิจจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งคาดว่าเอเชียแปซิฟิกจะมีสินทรัพย์มั่งคั่งมากกว่าสหรัฐถึง 20% โดยโอกาสเติบโตมีอีกมาก เพราะสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของกลุ่มไฮเน็ตเวิร์ธ ยังอยู่ในรูปของเงินฝาก
แหล่งข่าวจากธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินขณะนี้ได้รับความนิยมมาก ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างจากการเป็นธนาคารที่ปรึกษาผ่านแบรนด์ KExpert เพื่อบริหารจัดการความฝันและความต้องการของลูกค้าแต่ละรายให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด รวมถึงการพัฒนาบุคลากร ทีมงาน K-Expert และช่องทางการให้คำแนะนำที่เข้าถึงได้ง่ายตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า







