posttoday
กรีนโฮเต็ลมาแรง นักท่องเที่ยวยุโรปแห่ใช้

กรีนโฮเต็ลมาแรง นักท่องเที่ยวยุโรปแห่ใช้

05 กรกฎาคม 2559

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จะเดินทางไปเที่ยวที่ไหน พักที่ไหน ก็ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คำนึงให้การท่องเที่ยวแต่ละครั้งของตัวเองมีส่วนทำลายสิ่งแวดล้อมของจุดหมายปลายทางที่ไปน้อยที่สุด ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวต้องพยายามปรับตัว สะท้อนให้เห็นว่าโรงแรมที่ให้บริการอยู่เป็นโรงแรมเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือกรีน โฮเต็ล

มาริสา หนุนภักดี สุโกศล รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศล ในฐานะประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อม สมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า สมาคมโรงแรมไทยได้ร่วมมือกับมูลนิธิใบไม้เขียว โดยการสนับสนุนของชมรมนักบริหารทรัพยากรบุคคลโรงแรมและชาเทรียม โฮเต็ล แอนด์ เรสซิเดนซ์ จัดงานกรีนโฮเต็ล ซัพพลายเออร์ แอนด์ คอนซูเมอร์ คอนเฟอร์เรนซ์ ครั้งที่ 3 วันที่ 4-5 ก.ค.นี้ ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพ เพื่อให้ผู้ประกอบการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการโรงแรมที่ต้องการเป็นกรีนโฮเต็ล ได้รู้จักกันและส่งเสริมให้ร่วมมือกันผลักดันให้โรงแรมไทยเป็นธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำในอาเซียน

ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงแรมไทยที่ตื่นตัวเรื่องการเป็นกรีนโฮเต็ลสูงคือ โรงแรมในกรุงเทพฯ ที่ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้เครือโรงแรมระดับนานาชาติ (เชน) ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนโรงแรมที่ไม่ใช่เชนใหญ่ก็สนใจอยากร่วมเป็นกรีนโฮเต็ลมากขึ้น ขณะที่โรงแรมทางภาคใต้ตื่นตัวมานานแล้ว และน่าจะมากที่สุดเทียบกับทุกภาค เพราะลูกค้าหลักเป็นชาวยุโรป ซึ่งคำนึงถึงการเลือกโรงแรมที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ส่วนภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เริ่มมีโรงแรมสนใจเรื่องกรีนโฮเต็ล แต่ไม่มาก เช่นเดียวกับทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่รณรงค์ให้สนใจเป็นกรีนโฮเต็ลยาก เพราะพื้นที่นี้ไม่ใช่จุดหมายท่องเที่ยวหลัก และพื้นที่ภาคกว้าง ยกเว้นว่าพื้นที่นั้นๆ มีผู้นำชุมชน เช่น สมาคมท่องเที่ยวในพื้นที่ตื่นตัวผลักดัน

มาริสา กล่าวว่า การเป็นกรีนโฮเต็ล ลงทุนเพิ่มไม่มากและเป็นการลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว สิ่งท้าทายที่สุดของการเป็นกรีนโฮเต็ล คือการบริหารพฤติกรรมพนักงานให้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมนำไปสู่กรีนโฮเต็ล ซึ่งฝ่ายทรัพยากรบุคคลและฝ่ายอบรมของโรงแรมต้องเดินหน้าเรื่องนี้จริงจัง ด้านกรมการท่องเที่ยวควรมีงบสนับสนุนส่วนหนึ่งให้โรงแรมลงทุนเป็นกรีนโฮเต็ล

จิรพล สินธุนาวา รองประธานและเลขาธิการมูลนิธิใบไม้เขียว กล่าวถึงปัจจัยที่ขาดไม่ได้สำหรับโรงแรมสีเขียวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติมองหาระบบปฏิบัติการสีเขียวของโรงแรม อยากพักในโรงแรมที่ดูแลน้ำทิ้ง แยกขยะ ไม่อยากเปลี่ยนที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่มีขยะหรือของเสียมาก หากเป็นบ้านผลิตขยะ 0.6-0.7 กิโลกรัม/คน/วัน แต่โรงแรมจะผลิตขยะ 1.6-1.9 กิโลกรัม/คน/วัน ดังนั้นโรงแรมต้องนำขยะ ของเสียในครัว ในขั้นตอนซักรีด ในห้องพักไปชั่งน้ำหนักรวมกันแล้วหารจำนวนห้องพักที่ถูกใช้วันนั้นๆ เพื่อรู้ว่ามีภาระจัดการขยะแค่ไหน แต่หลายโรงแรมก็ไม่ค่อยเก็บตัวเลขนี้กัน อย่างไรก็ตามในอนาคตตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวจะถามโรงแรมเรื่องนี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งตัดสินใจเลือกขายที่พัก โรงแรมจึงต้องเก็บตัวเลขขยะ จะได้รู้ว่าต้องลดปริมาณขยะเหลือเท่าไหร่ เพื่อเทียบเคียงการจัดการของโรงแรมอื่นได้

นอกจากนี้ ควรตั้งเป้าขยะเป็นศูนย์ในระบบปฏิบัติการ (ซีโร เวส โอเปอเรชั่น) ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ เช่น นำขยะบางส่วนปรับสภาพเป็นปุ๋ยหรือวัตถุดิบผลิตก๊าซชีวภาพ นำขยะอีกส่วนสู่กระบวนการรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ รวมทั้งลดหรือเปลี่ยนวัตถุดิบที่จะทำให้เกิดขยะมาก เช่น เปลี่ยนจากใช้ทิชชู่ในห้องอาหารเป็นผ้ากันเปื้อน เปลี่ยนจากใช้ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ผ้ากันเปื้อน ผ้าปูโต๊ะ ผ้าคลุมเก้าอี้ จากเดิมที่นิยมใช้แต่ผ้าสีขาวในโรงแรมเป็นผ้าสีอื่นเพื่อลดภาระการทำความสะอาดที่ต้องใช้น้ำยาฟอกขาว

อีกเรื่องที่ต้องทำหากต้องการเป็นกรีนโฮเต็ล คือ จัดการสารพิษในโรงแรม เช่น เปลี่ยนจากสระว่ายน้ำที่ใช้ระบบคลอรีน ซึ่งอาจทำให้คนที่ใช้ตาแดง ผิวแห้ง ไปใช้สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ โดยจะลดต้นทุนจัดการสระว่ายน้ำได้ 60% และลดความเสี่ยงเรื่องสารพิษที่กระทบผู้ใช้บริการด้วย ส่วนในห้องพักควรเน้นเรื่องความเงียบ เพราะถ้าห้องไม่เงียบอาจสะท้อนว่าเกิดการสูญเสียพลังงานมากเกินไป โดยห้องต้องมีเสียงไม่เกิน 40 เดซิเบล เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ ถ้าใช้สุขภัณฑ์ด้วยต้องมีเสียงดังไม่เกิน 70 เดซิเบล หากเกินควรพิจารณาตามร่องประตู หน้าต่างว่ามีช่องไหนทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักจนเสียงดังหรือไม่ ขณะที่โรงแรมในเมืองใหญ่อาจใช้กระจกสองชั้นกับด้านนอกที่ติดถนนเพื่อลดเสียงและทำให้ความร้อนภายนอกเข้าสู่ภายในช้าลง เป็นผลดีต่อการใช้พลังงานด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ต้องจัดเมนูอาหารในโรงแรมที่ปลอดผงชูรส ปลอดสารพิษ ซึ่งจะดึงดูดผู้เข้าพักรับประทานอาหารในโรงแรมได้ โดยควรผูกเมนูอาหารปลอดสารพิษเข้ากับแพ็กเกจสปา แพ็กเกจกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้ผู้เข้าพัก ปัจจุบันโรงแรมหลายแห่งพัฒนาหลายอย่างเข้าสู่แนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมแล้ว แต่ขาดการสร้างเป็นแพ็กเกจนำเสนอลูกค้า จึงต้องรุกหนักเรื่องนี้เพื่อสร้างปฏิกิริยาตอบกลับที่ชัดเจน ล่าสุดมูลนิธิใบไม้เขียวเตรียมออกโปรแกรมใบรับรองว่าโรงแรมมีการทำโปรโมชั่นด้านสุขภาพแบบองค์รวม เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงแรมใบไม้เขียวภายในปีนี้ ตั้งเป้าโรงแรมไทยร่วม 50-150 แห่ง

เมื่อการเปลี่ยนโรงแรมธรรมดาที่คนมองภาพว่าสร้างของเสียมาก ให้เป็นกรีนโฮเต็ลไม่ได้ลงทุนมาก โรงแรมก็น่าจะหันมาทำกัน ก่อนจะตกขบวน เพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขันกับคู่แข่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท