posttoday
กฎลงทุนรับเบร็กซิต

กฎลงทุนรับเบร็กซิต

03 กรกฎาคม 2559

ในภาวการณ์เช่นนี้ นักลงทุนควรตัดสินใจอย่างไร คลื่นลมที่โหมกระหน่ำสงบแล้วรึไม่ หรือต้องรอจนกว่าผลประชามติครั้งนี้จะมีความชัดเจนมากกว่า

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ผลการที่สหราชอาณาจักร (ยูเค) ลงประชามติให้ออกจากสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิต เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา (วันที่ 24 มิ.ย.ตามเวลาประเทศไทย) ส่งผลให้มีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ทั้งหุ้น น้ำมัน และหันเข้าไปซื้อทองคำ ตราสารหนี้ และค่าเงินเหรียญสหรัฐที่จัดว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยถือไว้ หลังจากนั้นตลาดหุ้นและราคาน้ำมันก็ดีขึ้น ส่วนตราสารหนี้ยังคงมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราผลตอบแทนลดลงทำสถิติใหม่ อาทิ พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น  แม้ว่าผลทางปฏิบัติเบร็กซิตต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีก็ตาม  

ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับตลาดการเงินโลกนี้ได้ทำให้รัฐบาลและธนาคารกลางประเทศชั้นนำยืนยันความพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเบร็กซิต ขณะที่บรรดาผู้นำในที่ประชุมผู้นำอียู ต่างก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยจะรักษาจำนวน 27 ชาติสมาชิกไว้หลังยูเคลงประชามติออกจากอียู

สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือเอสแอนด์พี ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือทางการคลังของอังกฤษลง 2 ขั้นจาก AAA เป็น AA เพราะคาดการณ์อนาคตของอังกฤษยากและยังลดเครดิตของสหภาพยุโรป ลง  1 ขั้น ฟิทช์ เรทติ้งส์ได้ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษ ปี 2560-2561 เหลือ 1% จากเดิม 2% เพราะคาดการณ์ว่าการลงทุนในอังกฤษจะลดลงราว 5% ในปี 2560 และดิ่งลง 15% ในปี 2561 จากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น

ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับลงหนักในวันแรกที่รับรู้ผลเบร็กซิต หลังจากนั้นปรับขึ้นทุกวัน (27-30 มิ.ย.) ดัชนีกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะที่ราคาทองคำนั้นยังปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทะลุ 1,300 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือทะลุบาทละ 21,000 บาท จนถึงวันที่ 1 ก.ค.อยู่ที่ประมาณ  1,334.50 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์  ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,050 บาท ขายออก 22,150 บาท

ราคาทองที่ปรับขึ้นแรงเช่นนี้ทำให้นักลงทุนในประเทศแห่ขายทองออกมา

ในภาวการณ์เช่นนี้ นักลงทุนควรตัดสินใจอย่างไร คลื่นลมที่โหมกระหน่ำสงบแล้วรึไม่ หรือต้องรอจนกว่าผลประชามติครั้งนี้จะมีความชัดเจนมากกว่า

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร ให้ความเห็นว่า ความไม่แน่นอนมีมาก มีโอกาสทั้งเกิดและไม่เกิดเบร็กซิต ดังนั้นนักลงทุนควรกำหนดทิศทางลงทุนดังนี้

ประการแรก ให้ระมัดระวังมากขึ้นในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง โดยสถานการณ์ช่วงนี้นักลงทุนต่างมองหากรณีที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น เศรษฐกิจอังกฤษจะแย่ลง อียูจะแตก และจนกระทั่งบัดนี้ยังมีโอกาสที่อังกฤษจะกลับอียู

ประการที่สอง ให้ลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์หลายประเภท ที่มักใช้กับการลงทุนในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี

สำหรับการลงทุนในหุ้นระยะยาวนั้นให้ลดพอร์ตลงให้น้อยกว่า 50% ของพอร์ต หรือให้น้ำหนักการลงทุนน้อยกว่าตลาด กระจายไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมออย่างตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนสาธารณูปโภค รวมถึงทองคำ ที่จัดว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

“ในภาวะดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ คงไม่มีสินทรัพย์ใดที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอและดีเท่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 4-8% ในภาวะที่มีความเสี่ยงเช่นนี้ ในขณะที่ทองคำนั้นไม่ควรลงทุนเกิน 5% ของพอร์ต เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ทองคำยังเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นความเสี่ยงด้วยในขณะเดียวกันเพราะราคาทองคำเคยสูงถึง 1,700 เหรียญสหรัฐ แล้วตกลงมาเหลือ 1,200 เหรียญสหรัฐ”

พิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นนั้นยังแนะนำสะสมหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐที่เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น เพราะตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะนี้ดัชนีเคลื่อนไหวระยะกลางที่สะสมได้ ในขณะที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังมีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจจีน หุ้นไทยนั้นยังแพง ดัชนีคงไปได้ไม่ไกลจากนี้มากนัก เพราะกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ดัชนีปัจจุบันถือว่าสะท้อนการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติแล้ว

ดัชนีเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปิดที่ 1,444.99 จุด คิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ล่วงหน้า 14.5 เท่า นับว่าถูกเมื่อเทียบดัชนีหุ้นในอาเซียน แต่แพงกว่าเมื่อเทียบดัชนีภูมิภาคเอเชีย

“ธีมการลงทุนช่วงนี้หุ้นที่เติบโตสูงมีความเสี่ยง หุ้นไทยแพงและมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่หากจะลงทุนหุ้นไทยควรเลือกลงทุนหุ้นสื่อสารบางบริษัท หุ้นปันผลสม่ำเสมอ หุ้นพลังงานและปิโตรเคมีที่กำลังฟื้นตัว โดยคาดว่าราคาน้ำมันปีนี้จะมีความเคลื่อนไหวของราคาระหว่างกว่า 40 เหรียญสหรัฐ ถึงกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ไม่สามารถกลับไปที่ 60-70 เหรียญสหรัฐได้ เพราะหากราคาไปถึงขนาดนั้นก็มีแหล่งผลิตใหม่ออยเชลล์ในสหรัฐเพิ่มขึ้น”

มงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำว่า กลยุทธ์การลงทุนนั้น เนื่องด้วยความกังวลเรื่องเบร็กซิตกำลังลดลงตามลำดับ แม้จะเป็นชั่วคราว แต่ยังคงมองทิศทางตลาดว่าจะยังเป็นบวกต่อเนื่อง หลังผ่านช่วงวันหยุดยาวนี้ไปแล้ว เนื่องจากปัจจัยลบหลายๆ ตัวเริ่มคลี่คลาย ราคาน้ำมันที่กลับมาบวกต่ออีกครั้ง ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนเรายังแนะนำให้ทยอยเข้าเก็บหุ้นขนาดใหญ่ ที่เป็นเป้าหมายของการซื้อเมื่อนักลงทุนสถาบัน(เพื่อเก็งกำไรรอบสั้นๆ) โดยเน้นไปที่หุ้นน้ำมันและธนาคารพาณิชย์ ที่คาดจะเป็นกลุ่มนำตลาดในรอบนี้

ด้านนักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ เชื่อว่าจะใช้เวลาการเจรจา 3 ปีเป็นอย่างน้อย แปลว่า ยูเค ยังคงอยู่ในอียู จนถึงปี 2562 การที่ เดวิด คาเมรอน ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็แปลว่า การยื่นความจำนงเพื่อออกจากอียู จะไม่เกิดขึ้นจนกว่าอังกฤษจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งน่าจะใช้เวลาอีก 4-5 เดือน หรือราวเดือน ต.ค.-พ.ย. และหลังการยื่นความจำนง มีเวลา 2 ปีในการเจรจาหาข้อตกลงทางการค้า การลงทุน และอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า