
ระบบป้องกัน-กฎหมาย ยังไม่พร้อมรับ ‘พร้อมเพย์’
ระบบชำระเงินแบบ “เอนี่ไอดี” หรือ “พร้อมเพย์” ที่สถาบันการเงิน 19 แห่ง พร้อมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันที่ 15 ก.ค.นี้ อย่างเป็นทางการ ซึ่งบางธนาคารจะนำร่องเปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป เป็นการเพิ่มไอดีขึ้นอีก 2 รายการในการระบุตัวตน คือ เลขที่บัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์มือถือ มาผูกกับบัญชีธนาคารหลัก เพื่อให้ง่ายต่อการรับโอนเงิน โดยผู้โอนเพียงเลือกหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ต้องจำเลขที่บัญชี
ระบบชำระเงินแบบ “เอนี่ไอดี” หรือ “พร้อมเพย์” ที่สถาบันการเงิน 19 แห่ง พร้อมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันที่ 15 ก.ค.นี้ อย่างเป็นทางการ ซึ่งบางธนาคารจะนำร่องเปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป เป็นการเพิ่มไอดีขึ้นอีก 2 รายการในการระบุตัวตน คือ เลขที่บัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์มือถือ มาผูกกับบัญชีธนาคารหลัก เพื่อให้ง่ายต่อการรับโอนเงิน โดยผู้โอนเพียงเลือกหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ต้องจำเลขที่บัญชี
ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่างยืนยันถึงการรักษาความปลอดภัยในระบบชำระเงินใหม่ โดยให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 ดังนั้น ขั้นตอนการผูกบัญชี หรือการยืนยันตัวตน ให้แน่ใจว่าเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์นี้เป็นคนเดียวกับเจ้าของบัญชี มีเลขที่บัตรประชาชนที่ตรงกันตรวจสอบได้ รวมทั้งมีแนวคิดเพิ่มการบันทึกลายนิ้วมือเสริมความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ที่สำคัญ ระบบพร้อมเพย์ คือโครงสร้างพื้นฐานระบบปิด เช่นเดียวกับระบบเอทีเอ็มหรือบาทเน็ต ซึ่งมีการประมวลผลหลังบ้าน ไม่ใช่แอพพลิเคชั่นหรือออนไลน์ จึงมีความปลอดภัยระดับหนึ่ง ความเสี่ยงไม่แตกต่างจากระบบชำระเงินแบบเดิม เมื่อผนวกกับความเชี่ยวชาญของโวคาลิงก์ (Vocalink) ผู้พัฒนาระบบชำระเงินในอังกฤษและอีกหลายประเทศ ได้นำประสบการณ์มาปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยในระบบชำระเงินในไทย
อย่างไรก็ตาม สำหรับฝ่ายปฏิบัติการที่ดูแลความเสี่ยงทางการเงิน ยังมีความเป็นห่วงว่า เมื่อมีการเปิดให้โอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์อย่างเป็นทางการ นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบแล้ว อาจเกิดความเสี่ยงใหม่ขึ้น ที่วันนี้ยังมองไม่เห็น
แหล่งข่าววงการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ระบุว่า แม้พร้อมเพย์เป็นระบบปิด แต่ต้องไม่ลืมว่าเป้าหมายของทางการนั้นต้องการพัฒนาไปสู่ธุรกรรมดิจิทัล เห็นได้จากบริการพร้อมเพย์เริ่มต้นที่โมบายแบงก์กิ้งก่อน และสิทธิค่าธรรมเนียมถูกนั้นจูงใจผู้โอนเงินให้มาใช้บริการผูกบัญชี ซึ่งการโอนผ่านโมบายแบงก์กิ้งต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
มีตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา ที่มีระบบชำระเงินเอนี่ไอดีมา 30 ปี ใช้บัตรประชาชนผูกกับเบอร์บัญชี ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการขโมยข้อมูลส่วนตัว หรือปลอมแปลงตัวตน เพื่อหลอกลวงให้โอนหรือหรือขโมยเงินในบัญชีก็ตาม
ดังนั้น ต้องเร่งรัดทำระบบป้องกันหลังบ้านให้ทันกับการใช้พร้อมเพย์ เพราะขณะนี้พบว่าระบบยังไม่พร้อมเท่าใดนัก เช่น กฎหมายการเงินที่เกี่ยวกับกับธุรกรรมดิจิทัลยังไม่มี หากมีข้อโต้แย้ง มีการปฏิเสธว่าไม่ได้โอนให้ทำไมเงินออกจากบัญชี หรือรัฐบาลโอนสวัสดิการเข้าบัญชีแล้วไม่ได้รับ จะแก้ข้อพิพาทอย่างไร
นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงความปลอดภัยของข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) ของข้อมูลธุรกรรมคนไทย จำเป็นต้องออกกฎหมายหรือข้อกำหนดป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ผิดๆ หรือหาประโยชน์ ตัวอย่างกรณีรัฐบาลไม่ว่าชุดใดมีนโยบายจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรผ่านพร้อมเพย์ จะรู้ได้อย่างไรว่าใส่ถูกคน จะใช้อะไรยืนยันข้อมูล
ขณะเดียวกัน การผูกการโอนเงินกับหมายเลขโทรศัพท์ หากมีความไม่ปลอดภัยจากระบบสื่อสาร ธปท.ก็ไม่สามารถเข้าไปกำกับได้ ฉะนั้นจึงต้องเน้นย้ำให้ กสทช.ผู้กำกับดูแลออกกฎหมายเพื่อบังคับให้ค่ายมือถือใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคสูงสุด
“ส่วนตัวมองว่าจะพัฒนาหรือสร้างอะไรก็แล้วแต่ ควรจะคิดถึงความปลอดภัยหลังจากนั้นไปพร้อมกัน ไม่อยากให้เหยียบคันเร่งอย่างเดียว แล้วซุกปัญหาไว้ใต้พรมไว้แก้ทีหลัง อาจจะช็อกระหว่างทางได้” แหล่งข่าวระบุ
สอดคล้องกับบริษัท เทรนด์ ไมโคร (ประเทศไทย) ที่กระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องยกระดับการรักษาความปลอดภัยทางการเงินออนไลน์ รองรับการเปิดบริการพร้อมเพย์ เพราะขณะนี้ระบบความปลอดภัยของไทยค่อนข้างต่ำมาก
คงศักดิ์ ก่อตระกูล ผู้จัดการอาวุโสด้านเทคนิค บริษัท เทรนด์ ไมโคร (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลสำรวจไตรมาสแรก แนวโน้มการโจรกรรมในโลกไซเบอร์ของไทยมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยเกิดการโจมตีระบบออนไลน์แบงก์กิ้ง 2,612 ราย ส่วนเดือน มี.ค. มีการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่เป็นอันตรายบนมือถือ 2.59 แสนรายการ พบไวรัส 10,833 หมื่นรายการ เพิ่มขึ้นจาก 3.6% เป็น 4.2%
ข้อสังเกตอย่างหนึ่ง คือ ความเสี่ยงของระบบพร้อมเพย์ไม่แตกต่างจากความเสี่ยงที่มีในปัจจุบัน ที่ถูกขโมยข้อมูลหรือหลอกลวงโดยคน ส่วนระบบของธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีการป้องกันการโจรกรรมและเข้าถึงข้อมูลที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นสม่ำเสมอ ดังนั้นผู้ที่จะใช้ระบบพร้อมเพย์ ควรระวังความปลอดภัยของตัวเอง เช่น การป้อนข้อมูลพื้นฐานบนพื้นที่ออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ระวังแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ที่อาจปลอมแปลง ระวังการใช้อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ และการใช้ไว-ไฟฟรี







