
ซาเล้งโมเดล
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
หนึ่งในมาตรการสำคัญของการลดของเสียและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก็คือการดำเนินการด้วย “หลักการ 3R” (Reduce Reuse และ Recycle) คือ ลดการใช้ ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่
การรีไซเคิล (Recycle) เป็นการนำวัสดุต่างๆ อย่างเช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก เหล็ก อะลูมิเนียม เป็นต้น มาแปรรูปโดยกรรมวิธีต่างๆ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยแล้วยังเป็นการลดการใช้พลังงานและลดมลพิษที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมด้วย
ในเรื่องของการรีไซเคิลนี้ หลายคนคงคิดว่าเริ่มต้นจากการนำวัสดุที่รีไซเคิลเข้าสู่โรงงานเพื่อนำไปบดย่อยและเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เลย แต่ในความเป็นจริงแล้วกระบวนการรีไซเคิลนั้นต้องนับย้อนไปตั้งแต่ขั้นตอนของการรวบรวมวัสดุที่รีไซเคิลได้จากจุดกำเนิด แล้วลำเลียงออกมาสู่เส้นทางที่จะเข้าสู่โรงงานต่อไป ซึ่งอาจจะต้องผ่านหลายตัวกลางและหลายวิธีการก็ได้
ในอดีตการไหลของวัสดุที่รีไซเคิลได้จะเป็นไปอย่างง่ายๆ คือ จะมีคนเดินประกาศเสียงดังในหมู่บ้านหรือร้านค้าเพื่อเชิญชวนให้นำเสื้อผ้าเก่า ของเก่าที่ไม่ใช้หรือที่จะทิ้งแล้วมาแลกไข่ หรือแลกของใช้ต่างๆ จนกลายเป็นอาชีพหนึ่งที่เป็นกลไกหลักของการนำวัสดุที่รีไซเคิลได้เข้าสู่โรงงาน
แต่ในปัจจุบันอาชีพเหล่านี้ได้หายไปจากสังคมไทยเกือบหมดแล้ว เหลือแต่ “ซาเล้ง” (สามล้อถีบ) และ “ร้านรับซื้อของเก่า” ที่เข้ามาแทนที่ ซาเล้งจะรับวัสดุที่รีไซเคิลได้ 2 ทาง คือ ทางหนึ่งไม่ต้องใช้เงินซื้อ โดยครัวเรือนหรือหน่วยงานจะเอามาให้เอง และอีกทางหนึ่งจะเป็นการรับซื้อในราคาที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งต่างจากร้านรับซื้อของเก่าซึ่งอยู่ในรูปแบบของธุรกิจซื้อมาขายไป จึงกำหนดราคาตามท้องตลาด
จุดเด่นของซาเล้งไทย คือ การเข้าถึงครัวเรือนได้ทุกระดับชั้น ตั้งแต่บ้านเล็กในซอยแคบและลึกหรือบ้านใหญ่ในหมู่บ้านไปจนถึงอาคารสูงตามท้องถนนทั่วไป ซาเล้งจึงสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ ถึงขั้นที่มีหน่วยงานจากต่างประเทศหลายประเทศชื่นชมรูปแบบและมาดูงานซาเล้งไทย
เรื่องนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม และ “มูลนิธิ 3R” ได้เห็นความสำคัญในการแก้ปัญหาขยะชุมชนและเพื่อรักษาระบบ Logistic ที่เป็นจุดเด่นเช่นนี้ให้คงอยู่ต่อไป จึงจัดทำ “โครงการจัดตั้งศูนย์วัสดุรีไซเคิลของกลุ่มอาชีพซาเล้ง” ในปี 2550 ที่เน้นการรวมกลุ่มซาเล้งและขึ้นทะเบียนร่วมกับสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่ออบรมซาเล้งที่เข้าร่วมโครงการ โดยเน้นการให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพเก็บขยะและความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องของการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย
โครงการนี้ยังเน้นเรื่องของการเสริมสร้างกลุ่มซาเล้งและชุมชนให้เข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากสังคมว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการสร้างมาตรฐานการทำงานและการประกอบธุรกิจให้กลุ่มซาเล้งด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้มูลนิธิ 3R ได้ร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ดำเนินการกับกลุ่มซาเล้งกลุ่มแรก คือ กลุ่มซาเล้งชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ เขตประเวศ ในปี 2550 จึงทำให้เกิดกลุ่มซาเล้งที่เข้มแข็งและสร้างสวัสดิการจากการดำเนินงานในรูปแบบต่างๆ เช่น เงินปันผลตามยอดของวัสดุที่นำมาขาย เงินช่วยค่าพาหนะในกรณีเดินทางไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล ไเป็นต้น
“ซาเล้งโมเดล” จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะพัฒนาไปสู่ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” (Social Enterprise) ครับผม!







