
‘สมิติเวช’จัดทัพรับธุรกิจโต
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ประเทศไทยมีความโดดเด่นด้านบริการทางการแพทย์มาก เพราะมีทั้งแพทย์ที่เชี่ยวชาญหลายด้าน อีกทั้งค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลยังถูกกว่าเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้านที่มีวิทยาการทางการแพทย์โดดเด่นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ธุรกิจโรงพยาบาลไทยจึงยังมีแนวโน้มเติบโตไปได้อีกไกล
ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมิติเวช ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลสมิติเวช เปิดเผยว่า ปีนี้โรงพยาบาลสมิติเวชอายุครบ 37 ปีแล้ว จากนี้ไปจนถึง 10 ปีข้างหน้าโรงพยาบาลคงต้องเน้นเรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ที่จะช่วยให้คนไม่ต้องมาโรงพยาบาล รวมถึงเน้นการป้องกันก่อนเกิดโรคร้ายแรงมากกว่ารอให้เป็นแล้วมารักษา โดยการลงทุนจะพุ่งเป้าไปยังบางโรคที่คนในสังคมเป็นมากอันดับต้นๆ
สำหรับปีนี้ตั้งเป้าหมายธุรกิจกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชเติบโต 8% จากปีก่อน ถือเป็นเป้าหมายที่ไม่สูงมากแต่ก็ไม่น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับภาพรวมโรงพยาบาลเอกชนไทยที่ยังมีค่ารักษาพยาบาลถูกกว่าสิงคโปร์ 30-40% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ธุรกิจด้านสุขภาพของไทยยังโตได้ดี โดยจะเน้นให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งในเครือมีความโดดเด่นในด้านที่แตกต่างกันแล้วช่วยสนับสนุนกันได้ เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เน้นเรื่องปัญหาการรักษาพยาบาลเกี่ยวกับเด็ก โรคทางเดินอาหารและตับ การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี เน้นเรื่องภูมิแพ้ เป็นต้น
“การตั้งเป้าธุรกิจโตอย่างน้อย 8% อยู่ภายใต้หลักธรรม คือโรงพยาบาลต้องตอบสนองปัญหาสังคม ชุมชน ผู้รับบริการได้ แต่เนื่องจากโรงพยาบาลทั้งหมดที่มีอยู่ก็ไม่สามารถรองรับความต้องการรักษาพยาบาลของทั้งประเทศได้ดังนั้นจึงต้องเน้นสกัดความต้องการรักษาพยาบาล คือถ้ารู้ล่วงหน้าได้ก็จะดีกว่ารอให้เป็นโรคแล้วมาโรงพยาบาล” ชัยรัตน์ กล่าว
นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างลงทุน 900-1,000 ล้านบาท สร้างอาคารใหม่รองรับตลาดพรีเมียมมากขึ้น โดยอาคารใหม่มี 7 ชั้น เริ่มสร้างเดือน ส.ค.นี้ และคาดว่าเปิดให้บริการได้ไตรมาส 2 ปี 2561 ในอาคารจะมีศูนย์บริการคนไข้ญี่ปุ่น 1 ชั้น คลินิกทางเดินอาหารและตับ 1 ชั้น ห้องส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร 1 ชั้น หอผู้ป่วยทางเดินอาหารและตับ 1 ชั้น และหอผู้ป่วยญี่ปุ่น 3 ชั้น มีเตียงรองรับผู้ป่วยในตึกนี้รวม 45 เตียง
ก่อนหน้านี้ ก็เพิ่งลงทุนเปิดโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช แคมปัสสุขุมวิท โดยนำพื้นที่ห้องผ่าตัดและห้องคลอดเดิมมารวมกับพื้นที่ผู้ป่วยนอกของเด็กแล้วปรับปรุงใหม่ให้เป็นโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช ซึ่งทำให้พื้นที่ให้บริการเกี่ยวกับเด็กเพิ่มจาก 1,000 ตารางเมตร เป็น 2,000 ตารางเมตร จะเปิดให้บริการวันที่ 1 ก.ค.นี้ เพื่อให้เป็นศูนย์กุมารเวชครบวงจร ภายในศูนย์จะแบ่งการดูแลเด็กปกติ เด็กป่วย และเด็กพิเศษ รวมทั้งมีแผนกหลังคลอดทารกแรกเกิด เพื่อรองรับเด็กแรกเกิดป่วยหนักได้มากขึ้น
นอกจากนั้น เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาเพิ่งลงทุนไม่เกิน 10 ล้านบาท เปิดคลินิกที่ย่างกุ้ง เมียนมาไป ถือเป็นการลงทุนในต่างประเทศครั้งแรก เพื่อเป็นคลินิกดูแลโรคพื้นฐานรวมถึงส่งตัวต่อมายังโรงพยาบาลสมิติเวชในไทย
ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มีผู้ใช้บริการเป็นคนไทย 60% ต่างชาติ 40% โดยต่างชาติเป็นคนญี่ปุ่นมากที่สุด 40% ของต่างชาติทั้งหมด รองลงมา คือ เมียนมา อเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส นอกจากนี้ต่างชาติที่มาใช้บริการ 70% จะเป็นคนที่ทำงานหรือพำนักในไทยอีก 30% บินมารักษา เมื่อพิจารณาเรื่องการเติบโตของชาวต่างชาติที่มาใช้บริการ ประเทศเพื่อนบ้านเติบโตได้ดี เมียนมาโต 10-20% แต่หากเป็นจีนจะเติบโตสูงถึง 30%
ถือเป็นการจัดทัพรองรับการเติบโตและการแข่งขันของธุรกิจโรงพยาบาลที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน







