
ปฏิวัติรับอุตฯยุค4.0
ชไนเดอร์ฯ ชี้อุตสาหกรรมไทยสู่ยุค 4.0 ผู้ประกอบการต้องแข่งใช้เทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถ
ชไนเดอร์ฯ ชี้อุตสาหกรรมไทยสู่ยุค 4.0 ผู้ประกอบการต้องแข่งใช้เทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถ
นายแมทธิว กอนซาเลซ รองประธานบริษัท กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังก้าวเข้ามาสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่มีการผสานเทคโนโลยีไอทีเข้ามาเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และระบบต่างๆ ในโรงงาน พร้อมระบบออโตเมชั่นที่สามารถตัดสินใจได้อย่างอัตโนมัติ หรือเรียกว่า อินดัสเตรียล อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ เทรนด์ดังกล่าวส่งผลให้อุตสาหกรรมต่างๆ ต้องปรับกระบวนการผลิตครั้งใหญ่
ทั้งนี้ แผนการตลาดบริษัทจึงเปิดตัวไดรฟ์ Altivar Process Drive หรืออุปกรณ์ควบคุมการทำงานของมอเตอร์ ซึ่งพบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมมีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ 69% โดยอุปกรณ์
ดังกล่าวช่วยลดการใช้พลังงาน 35% เพิ่มประสิทธิภาพทางด้านกระบวนการผลิต 20% อีกทั้งยังลดโอกาสการสูญเสียต่างๆ 20% ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดีในยุคที่ต้องแข่งขันกันทางด้านเทคโนโลยี และการลดต้นทุนก็เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ
“ในยุค 4.0 อุตสาหกรรมทั่วโลกรวมทั้งไทยต้องการผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกับโรงงาน 3 ส่วน ประกอบด้วย 1. ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกันได้อย่างชาญฉลาด 2.ผลิตภัณฑ์ด้านการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาดเหล่านี้ ทำงานเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่า หรือเป็นระบบย่อยในระบบที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลายส่วนที่เชื่อมต่อกัน และ 3.ให้คุณค่าทางธุรกิจ สำหรับกลุ่มลูกค้า ผู้ใช้งาน รวมถึงกลุ่มลูกค้า ผู้ออกแบบและผลิตเครื่องจักร” นายแมทธิว กล่าว
ขณะที่กลุ่มธุรกิจในไทย บริษัทวางเป้าหมายเจาะอุตสาหกรรมของเหลว ประกอบด้วย กลุ่มผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมหนัก ปูน เหมืองแร่ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ หรือเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการงานเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่ากลุ่มผู้ประกอบการจะเริ่มสนใจและทยอยลงทุนใช้เทคโนโลยีใหม่ในช่วงปลายปีนี้
นอกจากนี้ ในแต่ละปีบริษัทผลิตไดรฟ์ป้อนในอุตสาหกรรมราว 1.7 ล้านตัว/ปี และการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ใช้งบการวิจัยและพัฒนา 7% เพื่อรองรับกับยุคอุตสาหกรรม 4.0 โดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากเปิดตัวในยุโรปได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
นายแมทธิว กล่าวว่า การลงทุนทางด้านเทคโนโลยี ไดรฟ์ Altivar Process Drive ในอุตสาหกรรมไทยสามารถทำได้ทั้งกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งพบว่าไทยยังตื่นตัวเกี่ยวกับการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีไม่มากนัก
ขณะที่ข้อดีคือ เป็นระบบอัตโนมัติสามารถเชื่อมต่อและจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ สอดรับกับยุคกับทุกอย่างที่ต้องเชื่อมโยงกันทั้งระบบ โดยสามารถดูการทำงานผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนได้ ทำให้สามารถติดตามได้ทุกที่ทุกเวลาเกิดการทำงานที่สมบูรณ์
สำหรับในช่วงที่ผ่านมาชไนเดอร์ฯ เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรม IIoT ตั้งแต่ 2533 เริ่มตั้งแต่อีเธอร์เน็ต และเว็บเซิร์ฟเวอร์ไว้ในอุปกรณ์และระบบออโตเมชั่น รวมถึงพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพแก่อุตสาหกรรมมากขึ้น พร้อมกับการพัฒนาคลังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ สำหรับบริการลูกค้าบนคลาวด์ เพื่อรองรับโซลูชั่นต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไดรฟ์ Altivar Process Drive เป็นแบรนด์แรกที่มีเทคโนโลยีถึง 3 ระดับ สำหรับในปีที่ผ่านมา บริษัทผลประกอบการทั่วโลกกว่า 100 ประเทศ ราวกว่า 1 ล้านล้านบาท







