
หวั่นตั้งราคากลางป่วนตลาด
“แอตต้า” หวั่นตั้งราคากลางแพ็กเกจทัวร์ ป่วนตลาดท่องเที่ยว รัฐเดินหน้าแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ
“แอตต้า” หวั่นตั้งราคากลางแพ็กเกจทัวร์ ป่วนตลาดท่องเที่ยว รัฐเดินหน้าแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา แอตต้าได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน ถึงข้อดีและผลกระทบที่เกิดขึ้น หากมีการแก้กฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 31 โดยออกกฎหมายลูกตั้งราคาแพ็กเกจทัวร์ในแต่ละตลาด เพื่อแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญและคนไทยสวมสิทธิการทำธุรกิจ (นอมินี)
ทั้งนี้ หากกฎหมายดังกล่าวออกมาบังคับใช้ ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวที่ตั้งราคากลางแพ็กเกจทัวร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคู่ค้าบริษัททัวร์ต่างประเทศในการติดต่อธุรกิจร่วมกัน โดยเฉพาะตลาดจีน เพราะการจัดทำแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวในปัจจุบันมีรายละเอียดที่ยิบย่อย สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ ตามความต้องการของนักท่องเที่ยว เช่น การเลือกเข้าพักโรงแรมที่หลากหลายระดับตั้งแต่ 2-6 ดาว การซื้อทัวร์ครึ่งวันหรือเต็มวัน เป็นต้น
“แพ็กเกจทัวร์ไม่มีรูปแบบ ไม่มีแบบแผนที่แน่นอน เหมือนการขายรถยนต์ที่มีสเปกที่ชัดเจน จึงเชื่อว่าในทางปฏิบัติน่าจะมีความยุ่งยาก มีรายละเอียดมากและไม่สามารถชี้วัดความถูกต้องเหมือนไม้บรรทัดได้ ทางแอตต้าและสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน จะรวบรวมรายละเอียดเสนอความคิดเห็นให้กับภาครัฐอีกครั้ง” นายเจริญ กล่าว
น.ส.วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและนักท่องเที่ยวถูกหลอกลวง เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เตรียมออกกฎหมายบังคับการตั้งราคากลาง ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อวางหลักเกณฑ์กำหนดราคาขั้นต่ำในแต่ละ 5 โซนภูมิภาค เช่น ยุโรป อเมริกา เอเชีย และอาเซียน โดยนำรายละเอียด เช่น ค่าที่พัก ค่าขนส่งหรือค่าพาหนะ ค่าอาหาร ค่าตอบแทนมัคคุเทศก์ อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ มาเป็นแนวทางในการวางราคาค่าแพ็กเกจทัวร์ขั้นต่ำของแต่ละประเทศ
ทั้งนี้ แนวทางการแก้ไขกฎหมายเรื่องนี้ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ และการปราบปรามนอมินีในระยะยาว ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการเร่งให้ปราบปรามอย่างจริงจัง ซึ่งหากกฎหมายผ่านจะใช้เวลา 120 วัน เพื่อพิจารณาออกกฎหมายลูก







