
จัด3หมื่นไร่รับเขตเศรษฐกิจอีอีซี
กนอ.เตรียมพื้นที่ 3 หมื่นไร่ รับเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก ชง ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.อีอีซีใน 2 สัปดาห์
กนอ.เตรียมพื้นที่ 3 หมื่นไร่ รับเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก ชง ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.อีอีซีใน 2 สัปดาห์
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มาตรการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เริ่มสะท้อนให้เห็นทิศทางการลงทุนที่ชัดเจนมาก โดยในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนสนใจจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้นโดยเฉพาะการลงทุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ที่รัฐบาลสนับสนุน เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การบิน โลจิสติกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี)
“จากความน่าสนใจของพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ขณะนี้พบว่ามีนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศมีความตื่นตัวที่จะเข้ามาลงทุน เห็นได้จากตัวเลขการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในพื้นที่ภาคตะวันออก มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 2 แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีการลงทุนได้ในปี 2560 ตามเป้าที่รัฐบาลวางไว้” นายวีรพงศ์ กล่าว
นายวีรพงศ์ กล่าวว่า จากแนวโน้มการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พื้นที่เป้าหมายเบื้องต้น 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ที่เพิ่มมากขึ้น กนอ.ได้จัดเตรียมพื้นที่รองรับการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม 29 แห่ง พื้นที่รวม 3 หมื่นไร่ ซึ่งเป็นนิคมที่ กนอ.ดูแลเอง และนิคมที่ กนอ.ร่วมดำเนินการกับภาคเอกชน แบ่งเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้ว 21 แห่ง พื้นที่ 1.5 หมื่นไร่ และนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างพัฒนา 6 แห่ง 1.5 หมื่นไร่
นายวีรพงศ์ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีงบ 2559 กนอ.คาดว่าขายที่ดินในนิคมได้เพิ่มมากขึ้นจากครึ่งปีแรก ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายที่ดินในนิคมเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 3,000 ไร่ โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบ 2559 (เดือน ต.ค. 2558-มี.ค. 2559 ) กนอ.ขายและให้เช่าที่ดินในนิคมไปแล้ว 1,750 ไร่ สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ 1,500 ไร่
ด้าน นายคณิศ แสงสุพรรณ ประธานคณะทำงานส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน กระทรวงการคลัง กล่าวว่า คณะทำงานเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... ให้กับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายใน 1-2 สัปดาห์จากนี้ โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะกำหนดทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พร้อมทั้งจะมีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นหน่วยงานขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ในการพิจารณาโครงการลงทุนต่างๆ และแก้ปัญหาการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก
“พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก จะเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่จะกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน หลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออก พ.ร.บ.กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และปรับปรุง พ.ร.บ.บีโอไอ โดย พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับจะช่วยให้เกิดการลงทุนมากขึ้นของเอกชน และทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตที่ระดับ 5% ไม่ใช่ 2-3% เหมือนที่ผ่านมา” นายคณิศ กล่าว
นายคณิศ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก คือ การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 3 ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่รอบสนามบิน 160 ตารางกิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 1 แสนล้านบาท ในช่วง 5-7 ปี







