
ก.ค.เพิ่มโทษ‘บิ๊กบจ.’
เดือน ก.ค. เรื่องถึงบอร์ด ก.ล.ต. เพิ่มโทษผู้บริหาร-บอร์ด บจ. สัมมนากำชับผู้บริหาร บจ.ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์
เดือน ก.ค. เรื่องถึงบอร์ด ก.ล.ต. เพิ่มโทษผู้บริหาร-บอร์ด บจ. สัมมนากำชับผู้บริหาร บจ.ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์
นายสมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ค. 2559 เตรียมเสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาการเพิ่มบทลงโทษจากปัจจุบันกรณีกระทำความผิดกลุ่มการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์และการกำกับดูแลกิจการ อาทิ กรณีใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้นเพื่อผลประโยชน์ (อินไซเดอร์เทรดดิ้ง) กับผู้บริหารหรือบอร์ดของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จากเดิมที่กรณีกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวหากยอมจ่ายค่าปรับแล้วจะไม่ถูกห้ามเป็นผู้บริหาร บจ.หรือบอร์ด โดยจะแก้ไขเพิ่มโทษเป็นห้ามรับตำแหน่งผู้บริหารหรือบอร์ด บจ. โดยมีโทษสูงสุดอยู่ในกรอบระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
“หลักการคือกรณีที่ทำผิดแล้ว เมื่อยอมจ่ายค่าปรับจะเพิ่มบทลงโทษด้วยการสั่งห้ามรับตำแหน่งผู้บริหารหรือบอร์ด ส่วนระยะเวลาที่จะสั่งห้ามเป็นผู้บริหารหรือบอร์ดคงลดหลั่นลงมาหากยอมจ่ายค่าปรับแล้ว แต่คงต้องรอสรุปตัวเลขอีกครั้ง” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวถึงกรณีการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่และยังเป็นผู้บริหารใน บจ.แห่งหนึ่งนั้น ซึ่งก่อนหน้าที่เกิดกระแสข่าวลือว่าจะมีการขายหุ้นแต่ผู้บริหารรายนี้ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือกับ ตลท. แต่ต่อมากลับขายหุ้นออกมาจริง โดย ตลท.ได้สั่งให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมนั้น ว่าจะเข้าข่ายการให้ข้อมูลเท็จหรือไม่ ยังไม่สามารถสรุปได้ ขณะที่ ก.ล.ต.ได้ประสานการทำงานกับ ตลท.เหมือนกับทุกกรณี โดยต้องเข้าไปดูรายละเอียดเชิงลึก อาทิ คำชี้แจง ข้อมูลหลักฐานต่างๆ ทั้งนี้กรณีที่เกี่ยวข้อง บจ.โดยปกติจะไม่ให้ความเห็นก่อนจนกว่าจะมีการดำเนินการสิ้นสุดจึงจะให้ข้อมูล
สำหรับงานเสวนา “เทคนิคการจัดการอินไซด์แบบฉบับนักบริหารมืออาชีพ” ซึ่งร่วมจัดกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนนั้น เพื่อให้ความรู้กับผู้บริหาร บจ. ให้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำความผิด
นอกจากนั้น ยังแนะนำว่าเรื่องใดควรหรือไม่ควรทำระหว่างที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล และประเด็นที่ ก.ล.ต.เน้นเป็นพิเศษกับผู้บริหาร คือ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบ
“ข้อแนะนำผู้บริหาร บจ. คือ ไม่ควรโกหก ถ้ามีอะไรควรบอกข้อมูลไปตามความเป็นจริงเท่าที่สามารถบอกได้ เพราะบางกรณีเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดอาจผิดสัญญาที่ทำไว้กับอีกฝ่ายได้” นายสมชาย กล่าว
แหล่งข่าวจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมงานเสวนา กล่าวว่า แม้ ก.ล.ต.จะมีเกณฑ์ควบคุมในการให้ข้อมูลของผู้บริหารและบอร์ดของ บจ. แต่ยังขาดแนวปฏิบัติการข้อมูลที่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้บริหารหรือบอร์ดต้องตีความเองว่าเรื่องใดสามารถเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ ขณะที่ล่าสุด ก.ล.ต.ได้ออกคู่มือปฏิบัติในการจัดการข้อมูลลับที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้บริหารหรือบอร์ดจะนำไปใช้ได้
สำหรับกรณีที่ ก.ล.ต.มีแนวคิดจะเพิ่มโทษกับผู้บริหารหรือบอร์ด บจ. กรณีการกระทำจากการใช้ข้อมูลภายในเพิ่มเติมนอกจากโทษปรับนั้น มีความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรกำหนดออกมาให้ชัดเจนด้วยว่าเรื่องใด
นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. รับผิดชอบในเรื่องกฎหมาย กล่าวว่า บทลงโทษทางแพ่งมี 5 ด้าน คือ 1.ค่าปรับจำนวน 2 เท่าของผลประโยชน์ที่ได้รับ 2.จะถูกเรียกคืนผลประโยชน์จากการกระทำที่ไม่เหมาะสม 3.ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำคดีของ ก.ล.ต. 4.ห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในตลาดทุน และ 5.ห้ามการซื้อ-ขายหลักทรัพย์ ส่วนจะถูกลงโทษอย่างไรขึ้นอยู่กับการกระทำความผิด เช่น การปั่นหุ้น จะถูกห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ หรือหากทำผิดหน้าที่กรรมการ จะห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ กำหนดสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
“ทางแพ่งในโทษปรับ คนทำผิดจะเจอ 3 เด้ง คือ โทษปรับ 2 เท่าของผลประโยชน์ และถูกริบผลประโยชน์คืนด้วยอีก 1 เท่า ส่วนการเปรียบเทียบปรับกำหนดไม่เกิน 2 เท่าของประโยชน์ที่ได้รับ”







