
อสังหาฯกำไรร่วง9%
กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยรวม 14 บริษัท กำไรหด รับผลกระทบปิดถนนกลางเมือง มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ สิ้นสุด
กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยรวม 14 บริษัท กำไรหด รับผลกระทบปิดถนนกลางเมือง มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ สิ้นสุด
บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2553 แล้ว 14 บริษัท พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 3,340.93 ล้านบาท ลดลง 365.73 ล้านบาท หรือ 9.86% และรวม 6 เดือนแรก กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 30.24% เป็น 8,569 ล้านบาท
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรมกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย (SPALI) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทออกมาไม่ดีถือเป็นเรื่องที่ทราบอยู่แล้ว แต่คาดว่าไตรมาส 4 จะกลับมาโดดเด่น เพราะมียอดจองคอนโดมิเนียม มูลค่า 6,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะโอนในไตรมาส 4
ภาพรวมของธุรกิอสังหาริมทรัพย์ยังดี แม้ว่าทิศทางดอกเบี้ยจะอยู่ในภาวะขาขึ้น และน่าจะส่งผลทางจิตวิทยามากกว่า คาดว่าในปีนี้คงขึ้นอีกไม่มาก
สำหรับกรณีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความเป็นห่วงภาคอสังหาริมทรัพย์ เกรงว่าสินค้าจะมากกว่าความต้องการซื้อ แต่ตามตัวเลขยอดสร้างคอนโดมิเนียมในครึ่งแรกมีเพียง 1.84 หมื่นยูนิต เทียบกับยอดขายที่มีถึง 1.9 หมื่นยูนิต สะท้อนให้เห็นว่ายอดขายมากกว่ายอดสร้าง ดังนั้นสินค้าไม่ได้ล้นตลาดแต่อย่างใด และคอนโดมิเนียมของบริษัทก็ยังคงขายดี รวมถึงผู้ประกอบการรายอื่น เช่น บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) และบริษัท พฤกษา (PS)
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าบางทำเลสินค้าล้นตลาดแล้ว เช่น สุขุมวิท ซึ่งบริษัท ศุภาลัย มองว่าเกิดภาวะดังกล่าวมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว
นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) กล่าวว่า ไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 792.81 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.08 บาท ลดลง 310 ล้านบาท หรือ 28% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 32% จากไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิ 1,170 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือน กำไร 1,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.39% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
สาเหตุที่กำไรลดลงเป็นผลจากยอดขายไตรมาส 2/2553 ลดลง 1,028 ล้านบาท หรือ 21.50% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากมียอดขายคอนโดมิเนียมเพียง 62.17 ล้านบาท ลดลง 1,055.32 ล้านบาท หรือ 94% จากปีก่อน 1,117.49 ล้านบาท และภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าธรรมเนียมโอนเพิ่มขึ้น 117 ล้านบาท จาก 6.95 ล้านบาท เป็น 123.96 ล้านบาท เนื่องจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์สิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.16 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 27 ส.ค. และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 10 ก.ย. 2553
บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ (AREEYA) กำไรสุทธิ 163.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182.5% เกิดจากการโอนกรรมสิทธิ์ และรับรู้รายได้ของคอนโดมิเนียมต่อเนื่องจากปีที่แล้ว และอาคารที่สร้างเสร็จเพิ่มขึ้น รวมทั้งรับรู้รายได้จากทาวน์เฮาส์ที่เปิดขายในปีก่อนอีก 3 โครงการ







