
ลุยขุดแก้มลิงกลางฤดูฝน
กรมชลฯ เดินหน้าขุดแก้มลิงกลางหน้าฝน 1,400 ล้าน รมว.เกษตรฯ ยันขอเงินคงเหลือ ไม่ได้ขอเพิ่ม
กรมชลฯ เดินหน้าขุดแก้มลิงกลางหน้าฝน 1,400 ล้าน รมว.เกษตรฯ ยันขอเงินคงเหลือ ไม่ได้ขอเพิ่ม
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมได้เร่งเดินหน้าทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันเงินกู้เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ วงเงิน 1,400 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเมื่อเร็วๆ นี้ โดยจะเปิดคัดเลือกผู้รับเหมาเพื่อดำเนินการสร้างแก้มลิง ขุดลอกแหล่งน้ำและพัฒนาระบบส่งน้ำ 35 รายการให้แล้วเสร็จภายในปีงบ 2559 หรือภายในเดือน ก.ย.นี้ คาดว่าเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำในแหล่งน้ำจาก 102 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็น 145 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับเงินกู้ที่ ครม.อนุมัติ เป็นส่วนหนึ่งของเงินกู้เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน ที่ ครม.เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2558 อนุมัติกรอบวงเงินกู้ไว้ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท
นายสุเทพ กล่าวว่า การทำแก้มลิงและขุดลอกแหล่งน้ำสามารถทำได้แม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้ว ขณะที่โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มาจากความต้องการของประชาชน เนื่องจากในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะกับประชาชน ปรากฏว่าประชาชนร้องขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโครงการเหล่านี้ และโครงการที่ ครม.อนุมัติยังสอดคล้องกับแผนที่กรมชลประทานเสนอไปก่อนหน้านี้ด้วย
“ยืนยันว่าแม้จะเป็นฤดูฝนก็ยังสามารถที่จะขุดแก้มลิงหรือก่อสร้างได้ และที่ผ่านมากรมได้รับข้อสังเกตของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) มาดำเนินการในการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้ในช่วง 3 ปีสามารถประหยัดงบจัดซื้อจัดจ้างได้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท” นายสุเทพ กล่าว
ทั้งนี้ งบเงินกู้ 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.การสร้างแก้มลิง 22 แห่ง วงเงิน 806 ล้านบาท อาทิ แก้มลิงเหนือฝายแม่แตง เชียงใหม่ 50 ล้านบาท แก้มลิงบึงกระจังงาม ระยะ 2 จ.นครสวรรค์ 53 ล้านบาท แก้มลิงหุบใหญ่ จ.นครราชสีมา 60 ล้านบาท แก้มลิงอ่างเก็บน้ำหนองสำโรง จ.อุดรธานี 50 ล้านบาท 2.ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 5 แห่ง วงเงิน 202 ล้านบาท 3.ก่อสร้างระบบผันน้ำ 1 แห่ง โดยสร้างระบบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบนไปอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง (ระยะที่ 1) จ.นครราชสีมา 41 ล้านบาท 4.ก่อสร้างระบบส่งน้ำ 1 แห่ง 83 ล้านบาท และ 5.ปรับปรุงเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่เดิม 6 แห่ง 272 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ คตร.เสนอว่าการคัดเลือกเอกชนมาพัฒนาโครงการแหล่งน้ำ ควรเป็นเอกชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ และสามารถดำเนินการได้จริงภายในเวลาที่กำหนด และไม่ควรมีการรับเหมาช่วงต่อ







