จับตาเบร็กซิทกดดันสหรัฐพลิกลดดอกเบี้ย
สแตนชาร์ต ชี้ เบร็กซิทกระทบการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ ลุ้นอาจเห็นสหรัฐลดดอกเบี้ย ธ.ค. สกัดดอลลาร์แข็ง
สแตนชาร์ต ชี้ เบร็กซิทกระทบการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ ลุ้นอาจเห็นสหรัฐลดดอกเบี้ย ธ.ค. สกัดดอลลาร์แข็ง
นายโรเบิร์ต มินิคิน หัวหน้าทีมวิจัยด้านการแลกเปลี่ยน ภูมิภาคเอเชีย ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เปิดเผยว่า ผลประชามติของสหราชอาณาจักร (ยูเค) ที่เห็นชอบให้ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐ เนื่องจากตลาดหนีความเสี่ยงเข้าหาเงินเหรียญสหรัฐที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอีก หลังจากทิศทางเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จึงคาดการณ์ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) จะเปลี่ยนท่าทีจากเดิมมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง มาเป็นการคงดอกเบี้ยต่อไป รวมทั้งมีโอกาสลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 0% อีกครั้งในไตรมาส 4 หรือราวเดือน ธ.ค. ปีนี้ เพื่อไม่ให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเกินไป เพราะค่าเงินแข็งค่าเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
อย่างไรก็ดี นัยยะเบร็กซิทต่อประเทศไทยนั้นมีผลไม่มาก ซึ่งความวิตกอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลึกสุด 36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ทิศทางค่าเงินระยะกลางถึงระยะยาวมองว่าอยู่ในช่วงแข็งค่า จากปัจจัยที่สหรัฐไม่ขึ้นดอกเบี้ย และปัจจัยพื้นฐานไทยแข็งแกร่งจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมหาศาล โดยประเมินค่าเงินบาทสิ้นปีนี้อยู่ที่ 35 บาท และปีหน้าเงินบาทอยู่ที่ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับเบร็กซิทส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจยูเคราว 0.7% จึงลดประมาณการเหลือ 1.2% และกระทบกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจอียู 0.2% จากคาดการณ์เติบโต 1.4% เหลือ 1.2% ทำให้ทางยูเคและอียู มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม โดยยูเคอาจใช้การลดดอกเบี้ย ส่วนอียูน่าจะเห็นการอัดฉีดสภาพคล่องภายในไตรมาส 3







