
ทุ่มชิงตลาดไทยชี้ยังโต
กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าทุ่มงบชิงตลาดอาเซียน เน้นไทย-เวียนาม หลังยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลางแย่
กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าทุ่มงบชิงตลาดอาเซียน เน้นไทย-เวียนาม หลังยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลางแย่
นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริหารสินค้าเพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง น่าจะมีแนวโน้มดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากผู้ประกอบการหันมาให้ความสนใจทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เพราะภาพรวมเศรษฐกิจยังมีการขยายตัวในทิศทางที่ดี เมื่อเทียบกับยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลางที่ยังคงมีปัญหา
สำหรับประเทศที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้ามาทำการตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเทศ คือ ไทย และเวียดนาม ซึ่งในส่วนของประเทศไทย คาดว่าครึ่งปีหลังจะมีการใช้งบการตลาดเพิ่มขึ้นจากปกติไม่ต่ำกว่า 20-30% ขณะเดียวกันเชื่อว่าจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น
“ปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 เดือนมียอดขายลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยอดขายสมาร์ทโฟนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จากเดิมคาดว่าการเกิดขึ้นของ 4จี จะทำให้ยอดขายสมาร์ทโฟนเติบโต 20% แต่ความเป็นจริงเติบโตเพียง 4-5% เท่านั้น เพราะผู้ประกอบการไม่ออกมาทำกิจกรรมการตลาดและเปิดตัวสินค้าใหม่” นายจักรกฤษณ์ กล่าว
ปัจจุบันภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2.27 แสนล้านบาท ในมูลค่าดังกล่าวแบ่งเป็นสมาร์ทโฟน 45% เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 20% ทีวี 15% และสินค้าไอที 20% ซึ่งหลังจากผู้ประกอบการออกมาทำการตลาดมากขึ้น คาดว่าสิ้นปี 2559 ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะมีอัตราการเติบโต 5%
นายจักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของเพาเวอร์มอลล์ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาเติบโตอยู่ที่ 4% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เพราะเป็นการเติบโตที่สูงกว่าภาพรวมตลาด เนื่องจากได้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐเมื่อช่วงปลายปี 2558 ประกอบกับได้รับอานิสงส์ฟุตบอลยูโร 2016 ทำให้ยอดขายทีวีเพิ่มขึ้น 10% จากเดิมติดลบ 6% นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มสินค้าทำความเย็นอย่างเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และพัดลม ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมตั้งเป้าโต 20% เพิ่มเป็น 25%
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้มีการจัดงานเพาเวอร์มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า โชว์เคส ด้วยการนำสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ควบคู่ไปกับการทำโปรโมชั่นสุดคุ้มร่วมกับสินค้าในกลุ่มต่างๆ เช่น ทีวี เครื่องเสียง เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสินค้าไอที โดยในปีนี้ได้เพิ่มสถานที่จัดงานเป็น 2 แห่งจากเดิม 1 แห่ง คือ พารากอน ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในย่านสยาม และดิ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในย่านสุขุมวิท ซึ่งหลังจากจบงานวันที่ 17 ก.ค. คาดว่าจะมียอดขาย 400 ล้านบาท ส่วนภาพรวมรายได้สิ้นปีคาดว่าจะอยู่ที่ 10.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 7%







