
กลต.รื้อค่าธรรมเนียม ทำธุรกิจรายปี
เปิดรับฟังความคิดเห็นก่อนตัดสินใจเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณธุรกิจแต่ละประเภท เริ่มใช้ปี 2560
เปิดรับฟังความคิดเห็นก่อนตัดสินใจเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณธุรกิจแต่ละประเภท เริ่มใช้ปี 2560
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดที่จะปรับปรุงค่าธรรมเนียมรายปีที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งตัวกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และธุรกิจจัดการลงทุน โดยคำนึงถึงภาระของผู้ประกอบธุรกิจ เป็นอัตราค่าธรรมเนียมที่ทำให้สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับต่างประเทศ รวมถึงมีวิธีการจัดเก็บในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน
ทั้งนี้ จะจัดเก็บในอัตราที่สอดคล้องกับปริมาณธุรกิจของผู้ประกอบการแต่ละประเภท แบบผันแปรตามปริมาณธุรกิจ มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ และกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมขั้นสูง คาดว่าจะเริ่มใช้ในปี 2560
ทั้งนี้ ก.ล.ต.ขอเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 21 ก.ค. 2559
นอกจากนั้น ก.ล.ต.ร่วมกับตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดงานสัมมนา “การดำเนินคดีแบบกลุ่ม” หรือ Class Action ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 2558 ให้ผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนทราบถึงสาระสำคัญและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยนายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นผู้บรรยายและตอบข้อซักถาม
นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.เห็นประโยชน์ของกฎหมาย Class Action เพราะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยรักษาสิทธิของผู้ลงทุนในตลาดทุนได้ หากมีผู้เสียหายเริ่มต้นฟ้องคดีแพ่งแบบกลุ่มต่อศาลแล้ว ผู้เสียหายรายอื่นที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดที่มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเดียวกันจะถูกจัดเป็นสมาชิกของกลุ่มโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะเลือกออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่ม เช่น กรณีผู้ลงทุนหลายรายได้รับความเสียหายในช่วงเวลาเดียวกันจากการแพร่ข้อความเท็จที่กระทบต่อราคาหุ้นผ่านโซเชียลมีเดีย
ข้อดีของการเข้าร่วมดำเนินคดีแบบกลุ่ม คือ ไม่ต้องฟ้องคดีด้วยตัวเอง และผลของคดีจะผูกพันสมาชิกในกลุ่มทุกราย และกฎหมาย Class Action รองรับให้ทนายความมีสิทธิได้รับเงินรางวัลจากผู้กระทำผิดในอัตราไม่เกิน 30% ของค่าเสียหายที่สมาชิกกลุ่มมีสิทธิได้รับด้วย







