
INTUCHเพิ่มวงเงินลงทุนVC
อินทัชฯ ตั้งงบไว้เดิม 200 ล้าน/ปี หวังกำไรจากการลงทุนไม่ต่ำกว่า 20-25% INTUCH ได้รับผลกระทบจากไทยคม
อินทัชฯ ตั้งงบไว้เดิม 200 ล้าน/ปี หวังกำไรจากการลงทุนไม่ต่ำกว่า 20-25% INTUCH ได้รับผลกระทบจากไทยคม
นายธนพงษ์ ณ ระนอง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานบริษัทร่วมทุน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) เปิดเผยว่า ในปี 2559 บริษัทมีโอกาสที่จะเพิ่มวงเงินที่ใช้สำหรับธุรกิจการเงินร่วมลงทุน (VC) จากเดิมที่ตั้งไว้ประมาณ 200 ล้านบาท/ปี หรือสัดส่วนประมาณ 10% ของเงินภายในบริษัทประมาณ 2,000 ล้านบาท หากมีโอกาสลงทุน ส่วนเป้าหมายธุรกิจที่จะลงทุนอยู่และเกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิมกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ธุรกิจเทเลคอม มีเดีย ไอที และดิจิทัลคอนเทนต์
สาเหตุที่พิจารณาเพิ่มวงเงินในการลงทุน เพราะโอกาสการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ปัจจุบันฐานข้อมูลของบริษัทในกลุ่มสตาร์ทอัพและ VC ที่รวบรวมไว้มีประมาณ 500-600 แห่ง โดยได้มีการรักษาความสัมพันธ์และเจรจากับบริษัทเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรอจนกว่าธุรกิจจะมีพัฒนาการจนสามารถเข้าลงทุนได้
แนวโน้มภายในปี 2559 มีโอกาสที่จะเห็นบริษัทเข้าลงทุนเพิ่มขึ้น นับจากช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาที่มีการเริ่มลงทุนในธุรกิจ VC บริษัทได้ลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 9 โครงการ มูลค่ารวมมากกว่า 200 ล้านบาท คาดหวังกำไรจากการลงทุนไม่มากกว่า 20-25% ขึ้นไปของเงินลงทุน ซึ่งในไตรมาส 1/2559 บริษัททำกำไรในธุรกิจ VC ออกไป 1 โครงการให้กับบริษัทของเกาหลีได้กำไรประมาณ 30 ล้านบาท คิดเป็นกำไรประมาณ 2 เท่าตัวจากเงินลงทุน ส่วนการสร้างผลตอบแทนจะพิจารณาใน 2 รูปแบบ คือ ขายเงินลงทุนก่อนที่จะเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) หรือขายพร้อมกันในช่วงทำไอพีโอ
“ส่วนตัวผมเป็นนายกสมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน หรือ Thai Venture Capital Association ขณะที่บริษัทในฐานะนักลงทุนเป็นโอกาสทำงานร่วมกันกับกลุ่มสตาร์ทอัพด้วย หากช่วยให้เขาทำธุรกิจแล้วเติบโตมากขึ้นได้ บริษัทก็จะมีธุรกิจเงินร่วมลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย จังหวะในการเข้าลงทุน นโยบายของบริษัทจะเริ่มเข้าไปในเฟสที่ธุรกิจเริ่มเป็น VC แล้ว หรือเริ่มดำเนินธุรกิจไปได้แล้วในระดับหนึ่ง” นายธนพงษ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ ในฐานะบริษัทแม่ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ไทยคม (THCOM) ประมาณ 41.4% ของทุนเรียกชำระแล้ว จะได้รับผลกระทบและได้รับแรงกดดันจากข่าวที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และรัฐบาลจะหารือเพื่อดึงดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 กลับสู่ระบบสัมปทาน เพื่อให้จ่ายส่วนแบ่งรายได้ 20.5% เช่นเดิมจนถึงปี 2564 (ระบบใบอนุญาตจ่ายค่าธรรมเนียม 5.25%) หรือทำสัญญาใหม่เพื่อให้จ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มและให้ภาครัฐใช้บริการฟรี ทั้งนี้ราคาหุ้น THCOM ร่วงลงแรง 7.73% หรือ 1.80 บาท ปิดที่ 21.90 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย คาดว่าการย้ายไทยคม 7 และ 8 กลับไปอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานทำได้ค่อนข้างยาก ต้องแก้ไขกฎหมาย รวมถึงการเปลี่ยนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นกระทรวงเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (ดีอีเอส) ในเดือน ก.ย.นี้ น่าจะทำให้ข้อยุติอาจต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าไทยคม 7 และ 8 กลับไปอยู่ภายใต้สัมปทานจะทำให้ราคาเป้าหมายลดลง 8% เหลือ 23 บาท จาก 25 บาท ยังคงแนะนำถือหุ้น
ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2559-2560 ของ THCOM ลงเฉลี่ยปีละ 14% หลังจากซีทีเอชยกเลิกการใช้ดาวเทียมไทยคม 5 และ 6 ทรานสปอนเดอร์ สร้างรายได้ปีละ 400 ล้านบาท ถูกปรับมูลค่าพื้นฐานลง 22% เป็น 32 บาท กระทบต่อกำไรสุทธิของ INTTCH ลดลงราวปีละ 1% กระทบมูลค่าหุ้นเพียง 1 บาท เหลือ 74 บาท จึงยังแนะนำซื้อ เพื่อรับเงินปันผล 7.51%







