"บิ๊กตู่"ไประยองติดตามงานเขตศก.พิเศษตะวันออก
นายกฯ นำคณะลงพื้นที่ จ.ระยอง ตามความคืบหน้าตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก การพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา
นายกฯ นำคณะลงพื้นที่ จ.ระยอง ตามความคืบหน้าตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก การพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา
วันที่ 22 มิ.ย. ที่กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก (ขส.ทบ.) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางอรรชกา ศรีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยองติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา ให้เป็นท่าอากาศยานพาณิชย์แห่งที่ 3 และติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (จ.ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา) พร้อมกับเยี่ยมชมโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เพื่อการรองรับการลงทุนตามนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0
ปัจจุบันท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ ภายใต้การบริหารของกองทัพเรือ ใช้ประโยชน์ตอบสนองต่อภารกิจ 2 ด้าน ทั้งภารกิจด้านความมั่นคง และเชิงพาณิชย์ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้แนวคิด One Airport Two Missions โดยการใช้งานสนามบินมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ และก่อสร้างลานจอดเครื่องบินด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ซึ่งวางแผนการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 (ปี 2558 - 2560) เพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารเป็น 3 ล้านคนต่อปี ระยะที่ 2 (ปี 2561 - 2563) เตรียมการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับผู้โดยสาร 5 ล้านคน (บนพื้นฐานอัตราการเติบโตของปริมา ณการจราจรทางอากาศ ร้อยละ 7) ระยะที่ 3 (หลังปี 2563 เป็นต้นไป) ศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ (Landside และ Airside) และสิ่งอำนวยความสะดวกในการพัฒนาขีดความสามารถของท่าอากาศยานอู่ตะเภา ให้รองรับการเติบโตของกิจการการบินในอนาคต
สำหรับ ประโยชน์ที่ได้รับจากการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมทางอากาศของประเทศ และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้แสดงถึงศักยภาพและความพร้อมในการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริหารขนส่งทางอากาศให้มีคุณภาพได้มาตรฐานในระดับสากล รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก ที่ต้องการบูรณาการพัฒนาการท่องเที่ยวหาดทรายชายทะเลสู่การท่องเที่ยวสีเขียว เชื่อมโยงกันภายในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา และเวียดนาม
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี จะตรวจเยี่ยมโครงศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งที่ 2 (อู่ตะเภา) ของบริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) และตรวจเยี่ยมชมความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา จากนั้น นายกรัฐมนตรี จะตรวจเยี่ยมท่าเรือจุกเสม็ดการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ ก่อนจะเดินทางไปพบปะประชาชน ณ อาคารเอนกประสงค์ เทศบาลบ้างฉาง อำเภอบ้านฉาง และตรวจเยี่ยมชมโครงการก่อสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง (แนวกำแพงดินคอนกรีตเสริมเหล็ก) บริเวณหาดพยูน ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และลดความเสียหายต่อแหล่งท่องเที่ยว สร้างประโยชน์ต่อชุมชน







