ธกส.ควัก8พันล.อุ้มเกษตรกร
ธ.ก.ส.ทุ่ม 8,000 ล้านให้กู้ทำนาแปลงใหญ่รายละ 5 ล้าน ดอกเบี้ยแค่ 0.01% พร้อมดันสินเชื่อชะลอการขายเพื่อพยุงราคาข้าว
ธ.ก.ส.ทุ่ม 8,000 ล้านให้กู้ทำนาแปลงใหญ่รายละ 5 ล้าน ดอกเบี้ยแค่ 0.01% พร้อมดันสินเชื่อชะลอการขายเพื่อพยุงราคาข้าว
แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งล่าสุด เห็นชอบโครงการสนับสนุนสินเชื่อให้กลุ่มชาวนาผู้ผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่ ปี 2559/2560 โดย ธ.ก.ส.จะสนับสนุนสินเชื่อวงเงิน 2,130 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนาปีการผลิต 2559/2560 แก่สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน (ที่ผ่านความเห็นชอบเป็นกลุ่มการผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่จากคณะอนุกรรมการนโยบายและพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด) จำนวน 426 กลุ่ม ที่ผลิต ข้าวแบบแปลงใหญ่ที่เสนอขอรับการสนับสนุนเงินกู้ กำหนดวงเงินกู้กลุ่มละไม่เกิน 5 ล้านบาท
ทั้งนี้ รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยแทนในอัตรา 3.51% แต่คิดดอกเบี้ยจากสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนในอัตราดอกเบี้ย 0.01% กำหนดระยะเวลาชาระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือนนับจากเดือนที่รับเงินกู้ คิดเป็นวงเงินที่รัฐบาลต้องชดเชยดอกเบี้ยจำนวนเงิน 74.55 ล้านบาท โดยขอรับงบประมาณจัดสรรจากงบรายจ่ายประจำปี
อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส.ยังเตรียมออกโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกรวงเงิน 406 ล้านบาท เป้าหมายให้มีการรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจำหน่าย 2.5 ล้านตัน รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ 4% สถาบันเกษตรกรรับผิดชอบ 1% ระยะเวลาดำเนินการวันที่ 1 ต.ค. 2559-30 ก.ย. 2560 โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกวงเงิน 3,978 ล้านบาท เป้าหมาย 2 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงินชดเชยดอกเบี้ยให้กับ ธ.ก.ส. 440 ล้านบาท ระยะเวลาทำสัญญาเงินกู้วันที่ 1 พ.ย. 2559-22 ก.พ. 2560
นอกจากนี้ โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีนำไปใช้จ่าย 1,440 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่ชะลอการขายข้าว โดยจะลดดอกเบี้ยให้ 3% วงเงินกู้รายละไม่เกิน 8 หมื่นบาท ระยะเวลากู้เงินวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.นี้ ส่วนภาคใต้จะจบวันที่ 31 มี.ค. 2560 เป้าหมายเกษตรกร 1.2 ล้านราย
ด้าน นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส.เตรียมเสนอกระทรวงการคลังเรื่องแนวทางแก้หนี้นอกระบบรอบใหม่ ที่จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเป็นมาตรการใหญ่ในเร็วๆ นี้ ซึ่งในส่วนของ ธ.ก.ส.จะเสนอแนวทางการปล่อยกู้แก้หนี้นอกระบบ 2 รูปแบบ คือ ให้ลูกหนี้เข้ามาติดต่อขอสินเชื่อกับธนาคารโดยตรง กับการใช้เครือข่ายของกองทุนหมู่บ้านเป็นผู้พิจารณาปล่อยกู้ให้ในส่วนของลูกหนี้ชายขอบ ซึ่งกรรมการกองทุนหมู่บ้านเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกหนี้จะช่วยทำให้การปล่อยกู้มีความเสี่ยงที่น้อยลงได้ เพราะจะรู้ถึงพฤติกรรมของลูกหนี้ได้แม่นยำกว่า
สำหรับวงเงินปล่อยกู้ในครั้งนี้อยู่ ในกรอบที่กระทรวงการคลังเห็นชอบ คือราว 2.5 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน สำหรับผลดำเนินโครงการแก้หนี้นอกระบบที่ผ่านมา 2 ปี มีลูกหนี้ที่เข้าโครงการแล้วกว่า 3.6 หมื่นราย คิดเป็นยอดสินเชื่อที่ปล่อยกู้กว่า 3,000 ล้านบาท จากจำนวนลูกหนี้ที่มาขอลงทะเบียนกว่า 1 แสนราย แต่เมื่อถึงขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลเชิญเจ้าหนี้มาเจรจาไกล่เกลี่ย ก็ได้ขอถอนตัวไปจนเหลือคนที่ปล่อยกู้ได้ 3.6 หมื่นราย โครงการแก้หนี้นอกระบบ รัฐบาลจะไม่ตั้งงบชดเชยภาระดอกเบี้ยให้ แต่สั่งให้แยกเป็นบัญชีสินเชื่อตามนโยบายรัฐหรือพีเอสเอ







