
ชงสิทธิภาษีหนุนอัญมณี
“พาณิชย์” เล็งเพิ่มมาตรการภาษีผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีของโลก จัดทีมโรดโชว์บางกอกเจมส์
“พาณิชย์” เล็งเพิ่มมาตรการภาษีผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีของโลก จัดทีมโรดโชว์บางกอกเจมส์
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมจะประสานกับกระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันให้นำมาตรการด้านภาษีมาใช้เพิ่มเติม ในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลก หลังจากก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมไปแล้ว
ทั้งนี้ มาตรการที่ออกไปก่อนหน้านี้ เช่น ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการนำเข้ามาเพื่อขายหรือการขายเพชร พลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก ไข่มุก และอัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกันเฉพาะที่ยังไม่ได้เจียระไน และให้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายได้ร้อยละ 1 สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ พึงประเมินจากการขายอัญมณีข้างต้น เฉพาะที่ยังไม่ได้เจียระไนและได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้พึ่งประเมินจากการขายอัญมณีดังกล่าวมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้
สำหรับความคืบหน้าการเตรียมการจัดงานแสดงสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับ (บางกอกเจมส์) ครั้งที่ 58 ระหว่างวันที่ 7-11 ก.ย. ว่า ได้มอบหมายให้ผู้บริหารของกรมพร้อมทีมงานเดินสายพบปะกับหน่วยงานต่างประเทศ เช่น สภาธุรกิจ หอการค้าต่างประเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อชักชวนให้เข้ามาร่วมงานบางกอกเจมส์ โดยจะมีทั้งเชิญชวนให้เข้ามาร่วมเปิดบูธในงาน และขอให้เชิญชวนผู้ซื้อจากประเทศของตนเองเข้ามาร่วมชมงานแสดงสินค้า
“กรมจะเน้นกลยุทธ์แบบเคาะประตูบ้าน (น็อกดอร์) โดยให้ผู้บริหารของกรมเป็นผู้นำทีมไปพบปะกับหน่วยงานรัฐและเอกชนของประเทศที่มีศักยภาพในการเชิญให้มาร่วมงาน และชมงาน ซึ่งจะเน้นประเทศที่เป็นตลาดส่งออกของไทย หรือตลาดที่เป็นแหล่งนำเข้าวัตถุดิบของไทย ทั้งจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกาใต้ เป็นต้น” นางมาลี กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ เร่งเดินสายชี้แจงถึงรูปแบบการจัดงานบางกอกเจมส์รูปแบบใหม่ โดยการจัดแสดงสินค้าจะเน้นนวัตกรรม และสินค้าที่ตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของโลก เพื่อชักจูงให้เข้ามาร่วมจัดบูธแสดงสินค้า และเตรียมจัดคณะผู้แทนการค้าและผู้ซื้อเข้ามาชมงาน
ทั้งนี้ ล่าสุดทูตพาณิชย์ได้รายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่องผ่านว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศที่ได้เข้าพบ มีความสนใจที่จะเข้ามาร่วมการจัดงาน และพร้อมที่จะนำคณะผู้ซื้อเดินทางมาชมงานและซื้อสินค้า เช่น ฮ่องกง โดยจนถึงขณะนี้มีผู้สนใจจองบูธแล้ว 200 กว่าบริษัท 800 กว่าคูหา จากเป้า 700 บริษัท 2,000 คูหา







