
รพ.เอกชัย เล็งเข้าSET ไตรมาส3
โรงพยาบาลเอกชัย ชูตลาดพรีเมียมต่างจังหวัด เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ไตรมาส 3 สร้างตึกใหม่เพิ่ม 50 เตียง
โรงพยาบาลเอกชัย ชูตลาดพรีเมียมต่างจังหวัด เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ไตรมาส 3 สร้างตึกใหม่เพิ่ม 50 เตียง
นพ.อำนาจ เอื้ออารีมิตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชัย บริษัท เอกชัยการแพทย์ ที่มีฐานลูกค้าอยู่ใน จ.สมุทรสาคร และใกล้เคียง เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 166.80 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.80% ของทุนเรียกชำระแล้ว จัดสรรหุ้นจำนวน 10 ล้านหุ้น ขายให้คณะกรรมการและพนักงานบริษัท และประชาชนทั่วไป 156.80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท/หุ้น คาดจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในไตรมาส 3 ปีนี้
สำหรับเงินที่ระดมทุนได้จะนำไปสร้างศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ ประมาณ 200 ล้านบาท เพิ่มจำนวนเตียงจาก 86 เตียง เป็น 136 เตียง เน้นห้องพักเดี่ยว คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2561 หรือต้นปี 2562 จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมจากปี 2556 ทำได้ 30.2% ปี 2557 คิดเป็น 31.42% และปี 2558 อยู่ที่ 32.2% ส่วนรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-12%
ทั้งนี้ จุดแข็งของโรงพยาบาลเอกชัย คือ มีความเชี่ยวชาญทางด้านสูตินรีเวชที่เกี่ยวข้องกับแม่และเด็ก รวมถึงสามารถรองรับอุบัติเหตุได้ตลอด 24 ชม. มีรายได้จากทั้งสองกลุ่ม รวมมากกว่า 50% จากคนไข้ในสัดส่วน 60% ค่ารักษาเฉลี่ย 1-1.3 หมื่นบาท/คน/วัน และคนไข้นอก 40% ค่ารักษาเฉลี่ยที่ 1,500-1,800 บาท/คน/วัน โดยมีลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากโรงพยาบาลตั้งอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลที่เมืองขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รองรับการรักษาจาก จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี
นอกจากนั้น บริษัทยังเน้นลูกค้าเป้าหมายกลุ่มบีบวกขึ้นไป หรือกลุ่มที่เป็นเจ้าของกิจการ ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ในย่านเดียวกันอีก 2 แห่ง เน้นลูกค้ากลุ่มซีที่รักษาตามสิทธิประกันสังคมและรักษาโรคทั่วไป ขณะเดียวกันบริษัทยังมีพันธมิตรทางการแพทย์ที่ดีทั้งการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศิริราช ด้านโรคหัวใจ และการประชุมคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อแลกเปลี่ยนการรักษาตามวิชาการ
“โรงพยาบาลเอกชัยถือเป็นทางเลือกของผู้ป่วยทั่วไปในกลุ่มฐานบีบวกขึ้นเป็นอย่างดี ถ้าไม่ใช่เรื่องโรคเฉพาะทาง เช่น หัวใจ ส่วนใหญ่จะเลือกมารักษาที่เราก่อน เพราะไม่ต้องเผชิญรถติด หลายครั้งที่มีเหตุด่วนหรืออุบัติเหตุหรือเป็นโรคที่ร้ายแรง เพื่อให้เราดูแลให้อาการมั่นคงก่อนที่จะมีการย้ายไปโรงพยาบาลอื่น” นพ.อำนาจ กล่าว
สำหรับผลงานกว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีผลขาดทุนเพียง 2-3 ปีแรกเท่านั้น ตอนนั้นบริษัทเปิดรับสิทธิประกันสังคม แต่เมื่อนโยบายรัฐมีการเปลี่ยนแปลง จึงต้องรับผลขาดทุนช่วงแรก หลังจากนั้นรายได้และกำไรก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง







