
โยกเงินพักตราสารหนี้
ชวนนักลงทุนหนีตลาดหุ้นปั่นป่วนโยกเงินซบตลาดตราสารหนี้ กองทุนอสังหาฯ REIT กองโครงสร้างพื้นฐาน
ชวนนักลงทุนหนีตลาดหุ้นปั่นป่วนโยกเงินซบตลาดตราสารหนี้ กองทุนอสังหาฯ REIT กองโครงสร้างพื้นฐาน
แนวโน้มตลาดหุ้นและตลาดเงินโลกในสัปดาห์นี้ คาดว่ายังคงปั่นป่วนจากความไม่แน่นอน ทุกสายตาจ้องดูผลการลงประชามติว่าอังกฤษจะถอนตัวออกจากยูโรหรือไม่ คาดจะเห็นการโยกเงินกลับไปพักในตลาดตราสารหนี้
รายงานข่าวจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.ถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 2.34 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่จะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท หากคิดจากตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ 9.1 หมื่นล้านบาท เม็ดเงินกว่า 8.6 หมื่นล้านบาท อยู่ในตราสารหนี้ที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งสะท้อนว่าเป็นการไหลเข้ามาพักของ
เม็ดเงินลงทุน
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ยังคงเห็นการไหลเข้ามาของเม็ดเงินต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในตราสารหนี้ระยะสั้น หลังจากสหรัฐคงอัตราดอกเบี้ย ส่วนภาคเอกชนมีการออกหุ้นกู้แล้วกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน พ.ค. ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดี จะเห็นธุรกิจพลังงานทางเลือกเริ่มเข้ามาระดมเงินมากขึ้น และยังมีการออกหุ้นกู้เพื่อปรับโครงสร้างเงินกู้ของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ด้วย
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความเสี่ยงและยังไม่แน่นอนสูง การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองรีท และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานถือเป็นทางเลือกที่ดีเป็นแหล่งพักพิงได้ จากการวิเคราะห์พบว่าขณะนี้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่ 6% แม้ว่าดัชนีกลุ่มจะปรับขึ้นแล้ว 9.5% จากต้นปี
ทั้งนี้ กองทุนที่แนะนำ ได้แก่ JASIF DIF CPTGF CPNRF WHART และ QHHR โดยเฉพาะ JASIF DIF ซึ่งเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสื่อสาร คาดจะให้ผลตอบแทนปีนี้ 9.6% และ 6.6% ตาม ลําดับ







