posttoday
ลุ้นอังกฤษอยู่ต่อ

ลุ้นอังกฤษอยู่ต่อ

20 มิถุนายน 2559

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ

การลงประชามติว่า สหราชอาณาจักร (UK) จะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียู (Brexit) หรือไม่ จะสร้างแรงกระเพื่อมไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่

ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ Brexit เป็นประเด็นร้อนที่สร้างความวิตกกังวลในตลาดการเงินทั่วโลก

ขณะที่นักลงทุนส่วนหนึ่ง “หลบภัย” หันไปหาสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง เช่น พันธบัตร ทองคำ เงินเยน เป็นต้น

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นยุโรปเด้ง 1.4% ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ดีด 4.2% เนื่องจากตลาดมีมุมมองบวกว่า UK อาจตัดสินใจอยู่กับอียูต่อไปหลังการเสียชีวิตของนางโจ ค็อกซ์ สส.อังกฤษ โดยเธอเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สนับสนุนให้อังกฤษยังคงอยู่ในอียูต่อไป

เป็นที่น่าสังเกตว่า บริษัทรับพนันอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่มีสถิติ “ความแม่นยำสูง” ในการทำนายผลการลงคะแนนทางการเมืองยังคาดการณ์ว่า UK จะตัดสินใจเลือกอยู่กับอียูต่อไป สวนทางกับโพลที่สำรวจผ่านอินเทอร์เน็ต

กรณี UK ถอนตัวออกจากอียูจะส่งผลกระทบผ่าน 2 ช่องทางหลัก อันได้แก่ ช่องทางการค้าและช่องทางการไหลของกระแสเงินทุนความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างกับ UK กับตลาดเกิดใหม่ อยู่ในเกณฑ์ต่ำ

กรณีประเทศไทยส่งออกโดยตรงไป UK เพียง 2% ของการส่งออกรวมขณะที่พึ่งพิงนักท่องเที่ยว UK คิดเป็น 3% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาไทย นอกจากนั้นไทยพึ่งการลงทุนโดยตรงจาก UK เพียง 1% ความเสี่ยงทางการค้า จากการที่ UK เผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยและส่งผลลบต่อปริมาณการค้า จึงอยู่ในเกณฑ์ต่ำยกเว้นภาวะถดถอยของ UK ฉุดรั้งเศรษฐกิจอียูให้ถดถอยตามไปด้วยแรงกระเพื่อมจะมากขึ้น เนื่องจากไทยส่งออกไปยังอียูคิดเป็นราว 9% ของการส่งออกรวม

อย่างไรก็ดี ตลาดเกิดใหม่จะได้รับผลกระทบแตกต่างกันกรณีประเทศที่เกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง ทุนสำรองเงินตราอยู่ในเกณฑ์สูง ซึ่งรวมถึงไทยย่อมมีภูมิคุ้มกันดีกว่าประเทศที่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

ด้านความเชื่อมโยงของตลาดการเงิน กระแสเงินทุนจะอ่อนไหวต่อประเด็น Brexit หากเงินปอนด์อ่อนค่ามากอย่างรวดเร็วการปรับพอร์ตลดการถือครองสินทรัพย์อาจดำเนินต่อไป

อย่างไรก็ดี เงินปอนด์ได้อ่อนค่าลงอย่างมากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักสะท้อนความเสี่ยง Brexit ไปค่อนข้างมากสวนทางเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ของ UK สูงกว่าของอียูมาก

กล่าวได้ว่า เงินปอนด์อ่อนกว่าปัจจัยพื้นฐานมากอยู่แล้ว หาก UK เลือกอยู่ในอียูต่อค่าเงินปอนด์จะเด้งอย่างรวดเร็ว รวมถึงตลาดหุ้นยุโรปและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น

กรณีผลการลงประชามติ UK เลือก Brexit นักลงทุนไม่ควรกังวลมากเกินไปอยู่ดีเนื่องจาก UK ยังมีเวลาเตรียมการออกจากอียูต่อไปอีกระยะหนึ่ง เช่น 2 ปีนอกจากจะเปิดโอกาสให้มีเวลาปรับตัวมากขึ้นแล้วยังเปิดช่องทางไปสู่การเจรจา เพื่อลดทอนผลกระทบต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนั้น ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกมีแนวโน้มสูงที่จะเปลี่ยนบทบาทหันมาพูดสร้างความเชื่อมั่น ธนาคารกลางสำคัญอาจถึงขั้นอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่มเติมเพื่อลดความผันผวนระยะสั้น กรณีที่ตลาดการเงินตอบสนองประเด็น Brexit รุนแรงเกินเหตุ ขณะที่เฟดอาจเลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดให้ยาวนานออกไปอีก เป็นต้น

สรุปว่า ประเด็น Brexit มีผลค่อนข้างน้อยต่อเศรษฐกิจและระบบการเงินไทย สภาพคล่องในตลาดการเงินโลกยังคงสูงมาก จากการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบของธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่น

ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หากความผันผวนจาก Brexit ฉุดราคาหุ้นพื้นฐานดีต่ำผิดปกติมองเป็นโอกาสซื้อความคืบหน้าในการเร่งรัดโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลังจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในระยะถัดไป ขณะที่กำลังซื้อมีแนวโน้มดีขึ้นหลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาสินค้าเกษตรปรับดีขึ้นมากและปัญหาภัยแล้งที่บรรเทาลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท