posttoday
คลังพลิ้วเมินเก็บภาษีน้ำหวาน

คลังพลิ้วเมินเก็บภาษีน้ำหวาน

20 มิถุนายน 2559

คลังเตรียมเสนอมาตรการภาษีน้ำหวาน จูงใจเอกชนลดส่วนผสมน้ำตาลแทน คาดไม่เกินเดือน ก.ค. ชงรัฐบาลพิจารณาได้

คลังเตรียมเสนอมาตรการภาษีน้ำหวาน จูงใจเอกชนลดส่วนผสมน้ำตาลแทน คาดไม่เกินเดือน ก.ค. ชงรัฐบาลพิจารณาได้

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาแนวทางการเก็บภาษีน้ำหวาน โดยมี นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นประธาน มีผู้บริหารกรมสรรพสามิตและตัวแทนจากเอกชนเข้าร่วม โดยคาดว่าจะประชุมอีก 1-2 ครั้ง ก็สามารถสรุปได้ว่าจะเก็บหรือไม่เก็บภาษีน้ำหวาน

ทั้งนี้ หากคณะทำงานสรุปว่าจะเก็บภาษีก็ต้องพิจารณาเรื่องความเป็นธรรมในการเสียภาษี เพราะผู้ประกอบการน้ำหวานอาจโต้แย้งว่าทำไมไม่เก็บขนมหวาน ทองหยิบ ฝอยทอง โรตี ซึ่งมีส่วนผสมน้ำตาลมากกว่าน้ำหวานและมีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่า ขณะที่กระทรวงการคลังไม่มีนโยบายเก็บภาษีขนมหวานอยู่แล้ว

“ดังนั้น แนวทางการเก็บภาษีน้ำหวานไม่ควรเก็บเพิ่มขึ้นกว่าที่เก็บอยู่เดิม แต่ต้องจูงใจให้ผู้ประกอบการน้ำหวานลดส่วนประกอบน้ำตาลลง โดยจะเสียภาษีอัตราต่ำกว่าเดิมเหมือนกับการเก็บภาษีน้ำมัน หากน้ำมันไหนปล่อยมลพิษมากเสียภาษีมาก น้ำมันไหนปล่อยมลพิษน้อยก็เสียภาษีน้อย แนวทางที่ดีที่สุด คือไม่เก็บภาษีเพิ่ม แต่ควรลดลงเพื่อจูงใจให้มีการผลิตลดส่วนผสมน้ำตาลลง คลังไม่อยากเก็บภาษีแล้วไม่ทำให้เกิดความเป็นธรรมและกระทบกับขนมหวานซึ่งเป็นสินค้าโอท็อปที่รัฐบาลส่งเสริม” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวอีกว่า หากคณะทำงานสรุปว่าไม่ควรเก็บภาษีน้ำหวานก็ต้องมีแนวทางอื่นให้สอดคล้องข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อาทิ เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดส่วนผสมน้ำตาลในน้ำหวานให้ลดลง

อย่างไรก็ตาม คณะทำงานจะสรุปผลการพิจารณาในเรื่องนี้ภายในเดือน มิ.ย.นี้หรือต้นเดือน ก.ค.หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเห็นชอบต่อไป

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ต้องศึกษาการเก็บภาษีน้ำหวานให้รอบด้านว่ามีผลกับสุขภาพอย่างไร โดยจะหารือถึงผลดีผลเสียกับ อย. สภาอุตสาหกรรม และสภาหอการค้าไทย เพื่อเสนอให้ฝ่ายนโยบายตัดสินใจ แต่กรมมีการเก็บจากสินค้าหลายกลุ่ม นอกจากการศึกษาเก็บภาษีน้ำหวาน ยังศึกษาการเก็บภาษีที่กระทบสิ่งแวดล้อม และสินค้าฟุ่มเฟือยด้วย

สำหรับการเก็บภาษี 8 เดือนของปี 2559 เก็บภาษีได้ 3.49 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา 5.43 หมื่นล้านบาท หรือ 18.41% และสูงกว่าเป้าหมาย 1.6 หมื่นล้านบาท หรือ 5.10%

ทั้งนี้ คาดว่าทั้งปีงบประมาณ 2559 การเก็บภาษีของกรมจะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2-2.5 หมื่นล้านบาท ตามภาวะเศรษฐกิจที่ดินทำให้มีการซื้อใช้จ่ายมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ยอดการขายรถยนต์ในปีนี้ก็ยังขยายตัวได้ดี โดยผู้ประกอบการยังประเมินว่าจะมีการผลิตรถยนต์ทั้งหมด 2 ล้านคัน เป็นการส่งออก 1.2 ล้านคัน และขายภายในประเทศ 8 แสนคัน

นอกจากนี้ ช่วงการเก็บภาษี 8 เดือน สินค้าที่มีอันดับสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1 ภาษีน้ำมันเก็บภาษีได้ 1.14 แสนล้านบาท 2.ภาษีรถยนต์ 7.6 หมื่นล้านบาท 3.ภาษีเบียร์ 6.21 หมื่นล้านบาท 4. ภาษีสุรา 4.48 หมื่นล้านบาท และ 5.ภาษียาสูบ 4.3 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท